Windows Defender คืออะไร วิธีเปิด-ปิดอย่างปลอดภัย สแกนไวรัส และเพิ่มข้อยกเว้น (2026)

อัปเดต 24 ตุลาคม 2026

Windows Defender หรือชื่อปัจจุบัน Microsoft Defender Antivirus คือโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มากับ Windows 10 และ 11 ฟรี จัดการทั้งหมดผ่านแอป Windows Security สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เปิดไว้ตามค่าเริ่มต้นก็เพียงพอแล้ว ถ้ามีไฟล์ที่ถูกบล็อกผิด ให้เพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะไฟล์นั้นแทนการปิดการป้องกันทั้งระบบ

สรุปสั้น

  • เมนูหลักอยู่ที่ Windows Security > Virus & threat protection
  • ปิด Real-time protection ได้ แต่ระบบจะเปิดกลับเองหลังผ่านไปสักพัก และถ้า Tamper Protection เปิดอยู่ต้องปิดตัวนั้นก่อน
  • สแกนได้ 4 แบบ คือ Quick, Full, Custom และ Offline scan ที่สแกนก่อนเข้า Windows
  • ติดตั้งแอนตี้ไวรัสตัวอื่นที่เข้ากันได้ Defender จะปิดตัวเองอัตโนมัติ และกลับมาทำงานเมื่อตัวนั้นหมดอายุหรือถูกถอน
  • Windows 10 ยังได้อัปเดตฐานข้อมูลไวรัสของ Defender ถึงตุลาคม 2028 แต่ Microsoft ระบุว่า Defender อย่างเดียวไม่พอ

Windows Defender คืออะไร ตอนนี้ชื่ออะไร

คนส่วนใหญ่ยังเรียกว่า Windows Defender แต่ในเครื่องปัจจุบันจะเจอ 2 ชื่อที่ควรแยกให้ออก

ชื่อ คืออะไร
Windows Security แอปศูนย์รวมการตั้งค่าความปลอดภัยของ Windows ใน Windows 10 รุ่นแรก ๆ เคยใช้ชื่อ Windows Defender Security Center
Microsoft Defender Antivirus ตัวสแกนไวรัสและมัลแวร์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ตั้งค่าผ่านหัวข้อ Virus & threat protection ในแอป Windows Security

Microsoft ระบุว่า Defender เปิดทำงานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก ใช้การป้องกันแบบเรียลไทม์สแกนไฟล์ที่ดาวน์โหลดหรือเปิดใช้งาน และรับอัปเดตฐานข้อมูลภัยคุกคามผ่าน Windows Update อัตโนมัติ ไม่ต้องติดตั้งหรือเสียเงินเพิ่ม

วิธีเปิด Windows Security

วิธี ขั้นตอน
ค้นหา กด Win + S พิมพ์ Windows Security แล้วเปิด
Settings ใน Windows 11 กด Win + I > Privacy & security > Windows Security > Open Windows Security
Settings ใน Windows 10 Start > Settings > Update & Security > Windows Security
ไอคอนทาสก์บาร์ คลิกไอคอนรูปโล่ที่มุมขวาล่าง (อาจซ่อนอยู่ในลูกศรแสดงไอคอนที่ซ่อน)
ลิงก์ลัด พิมพ์ windowsdefender://threatsettings/ ในช่อง Run (Win + R) เพื่อเปิดหน้าตั้งค่าการป้องกันไวรัสโดยตรง

เช็คว่า Defender ทำงานอยู่ไหม

เปิด Windows Security แล้วดูหน้าแรก ถ้าแต่ละหัวข้อมีเครื่องหมายถูกสีเขียว แปลว่าไม่มีอะไรต้องแก้ ถ้ามีเครื่องหมายสีเหลืองหรือสีแดง ให้คลิกเข้าไปดูว่าระบบแนะนำให้ทำอะไร

ในหน้า Virus & threat protection จะมีข้อมูลที่ควรดู

  • Current threats แสดงภัยที่พบ เวลาสแกนล่าสุด ระยะเวลาที่สแกน และจำนวนไฟล์ที่สแกน
  • Virus & threat protection settings กด Manage settings เพื่อดูว่า Real-time protection, Cloud-delivered protection และ Tamper Protection เปิดอยู่หรือไม่
  • Protection updates กด Check for updates เพื่ออัปเดตฐานข้อมูลภัยคุกคามทันที ปกติ Windows Update จะดาวน์โหลดให้เอง

ถ้าเห็นชื่อโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวอื่นแสดงอยู่แทน แปลว่าเครื่องใช้ตัวนั้นเป็นหลัก และ Defender ปิดตัวเองอยู่ ดูรายละเอียดในหัวข้อ ใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอื่น

สแกนไวรัส 4 แบบ เลือกใช้อย่างไร

แบบสแกน ตรวจอะไร ใช้เมื่อ
Quick scan ตรวจจุดที่มัลแวร์มักซ่อน ไม่ได้ตรวจทุกไฟล์ เช็คทั่วไป ใช้เวลาไม่นาน
Full scan ทุกไฟล์และโปรแกรมในเครื่อง สงสัยว่าติดไวรัส หรือเพิ่งลบมัลแวร์ไป ใช้เวลานาน
Custom scan เฉพาะไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่เลือก ตรวจแฟลชไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ดาวน์โหลด
Microsoft Defender Antivirus (offline scan) รีสตาร์ทแล้วสแกนก่อน Windows โหลด มัลแวร์ที่ซ่อนตัวเก่งหรือลบไม่ออกตอนเปิด Windows

สแกนแบบปกติ

  1. เปิดหน้าการป้องกันไวรัสWindows Security > Virus & threat protection
  2. เลือกแบบสแกนกด Quick scan ได้ทันที หรือกด Scan options เพื่อเลือก Full scan หรือ Custom scan
  3. เริ่มสแกนกด Scan now แล้วรอผล ระหว่างนั้นใช้เครื่องต่อได้ แต่เครื่องอาจช้าลงบ้าง

สแกนแบบ Offline

  1. บันทึกงานทั้งหมดเครื่องจะรีสตาร์ทระหว่างขั้นตอนนี้
  2. เลือก offline scanVirus & threat protection > Scan options > Microsoft Defender Antivirus (offline scan) แล้วกด Scan now
  3. รอให้สแกนเสร็จเครื่องจะเข้า Windows Recovery Environment สแกน แล้วรีสตาร์ทกลับเข้า Windows เอง
  4. ดูผลที่ Protection historyเปิด Windows Security แล้วเลือก Protection history
ตั้งเวลาสแกนเอง

Microsoft อธิบายว่าตั้งเวลาสแกนได้ผ่าน Task Scheduler ที่ Task Scheduler Library > Microsoft > Windows > Windows Defender ดับเบิลคลิก Windows Defender Scheduled Scan แล้วเพิ่มเวลาในแท็บ Triggers

ถ้าสแกนแล้วไม่เจออะไร แต่เครื่องยังช้าผิดปกติ สาเหตุอาจไม่ใช่ไวรัส ลองดูแนวทางใน คอมช้า แก้อย่างไร

ปิด Real-time protection ชั่วคราวอย่างปลอดภัย

บางครั้งต้องปิดการป้องกันชั่วคราว เช่น ติดตั้งโปรแกรมที่มั่นใจว่าปลอดภัยแต่ถูกบล็อก ก่อนปิดควรรู้ว่าระหว่างที่ปิด ไฟล์ที่เปิดหรือดาวน์โหลดจะไม่ถูกสแกน

  1. เปิดหน้าตั้งค่าWindows Security > Virus & threat protection > ใต้ Virus & threat protection settings กด Manage settings
  2. ปิด Tamper Protection ก่อน (ถ้าเปิดอยู่)Microsoft ระบุว่าถ้า Tamper Protection เปิดอยู่ ต้องปิดก่อนจึงจะปิด Real-time protection ได้
  3. ปิด Real-time protectionเลื่อนสวิตช์ Real-time protection เป็น Off แล้วกด Yes ที่หน้าต่างยืนยัน
  4. ทำงานที่ต้องการให้เสร็จระหว่างนี้หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์หรือเว็บที่ไม่รู้จัก
  5. เปิดกลับทันทีเปิด Real-time protection และ Tamper Protection กลับ ไม่ต้องรอให้ระบบเปิดให้เอง

Real-time protection จะเปิดกลับเองอัตโนมัติหลังผ่านไปสักพัก ส่วนการสแกนตามตารางเวลายังทำงานต่อ ไฟล์ที่เข้ามาช่วงที่ปิดจะถูกตรวจในการสแกนรอบถัดไป

ไม่แนะนำให้ปิดถาวร

วิธีปิดถาวรด้วยการแก้รีจิสทรีหรือโปรแกรมจากเว็บอื่น ทำให้เครื่องไม่มีการป้องกันเลย และมักถูกใช้เป็นขั้นตอนของโปรแกรมเถื่อนหรือมัลแวร์ ถ้าเว็บไหนบอกให้ปิด Defender ก่อนติดตั้งโปรแกรม ให้ถือว่าเสี่ยง ถ้าต้องการใช้แอนตี้ไวรัสตัวอื่น แค่ติดตั้งตัวนั้น Defender จะหลีกทางให้เอง

Tamper Protection คืออะไร

Tamper Protection ป้องกันไม่ให้แอปอันตรายแอบเปลี่ยนการตั้งค่าสำคัญของ Defender เช่น ปิด Real-time protection หรือ Cloud-delivered protection โดยที่เราไม่รู้ตัว ผู้ดูแลเครื่องยังเปลี่ยนการตั้งค่าเหล่านี้ได้ในแอป Windows Security ตามปกติ แต่แอปอื่นทำไม่ได้

  • เปิดไว้ตามค่าเริ่มต้น
  • ปิดหรือเปิดได้ที่ Virus & threat protection > Manage settings > Tamper Protection
  • เมื่อปิดไว้ Windows Security จะแสดงคำเตือนสีเหลือง
  • ไม่มีผลต่อการทำงานของแอนตี้ไวรัสจากบริษัทอื่น

ถ้าพบว่า Defender ถูกปิดเองโดยที่ไม่ได้ทำ และ Tamper Protection ก็ถูกปิดไปด้วย ควรสแกนแบบ Offline และตรวจโปรแกรมที่เพิ่งติดตั้ง

เพิ่มข้อยกเว้น (Exclusions) แทนการปิด

ถ้า Defender บล็อกไฟล์ที่มั่นใจว่าปลอดภัยซ้ำ ๆ เช่น โฟลเดอร์งานพัฒนาโปรแกรม Microsoft แนะนำให้เพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะรายการนั้น ซึ่งปลอดภัยกว่าการปิดการป้องกันทั้งหมด

  1. เปิดหน้าตั้งค่าWindows Security > Virus & threat protection > Manage settings
  2. เข้าหัวข้อ Exclusionsกด Add or remove exclusions แล้วยืนยันสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ
  3. กด Add an exclusionเลือกประเภทข้อยกเว้น แล้วเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ
ประเภท ผล
File ยกเว้นไฟล์เดียว
Folder ยกเว้นโฟลเดอร์และทุกไฟล์ข้างใน รวมโฟลเดอร์ย่อย
File type ยกเว้นไฟล์ทุกไฟล์ที่นามสกุลนั้น เช่น .pdf
Process ไม่สแกนไฟล์ที่โปรแกรมนั้นเปิดแบบเรียลไทม์ ควรใส่พาธเต็มพร้อมชื่อไฟล์

ข้อยกเว้นมีผลกับการสแกนแบบเรียลไทม์เท่านั้น การสแกนตามตารางเวลาอาจยังตรวจไฟล์เหล่านั้นอยู่ ถ้าจะลบข้อยกเว้น ให้เข้าหน้าเดิม เลือกรายการ แล้วกด Remove

ยกเว้นให้แคบที่สุด

อย่ายกเว้นทั้งไดรฟ์ C: หรือโฟลเดอร์ Downloads ทั้งโฟลเดอร์ ไฟล์ที่อยู่ในข้อยกเว้นจะไม่ถูกตรวจแบบเรียลไทม์ ถ้ามีมัลแวร์หลุดเข้ามาในโฟลเดอร์นั้นก็จะไม่ถูกจับ

ถ้า Defender กักไฟล์ไปแล้ว ดูรายการได้ที่ Protection history ส่วนรายการที่เคยกดอนุญาตไว้จะอยู่ในหัวข้อ Allowed threats ซึ่งเลือกแล้วกด Don't allow เพื่อยกเลิกได้

ป้องกันแรนซัมแวร์ด้วย Controlled folder access

ในหน้า Virus & threat protection มีหัวข้อ Ransomware protection กด Manage ransomware protection จะเจอ 2 ส่วน

  • Controlled folder access ป้องกันไม่ให้แอปที่ไม่ได้รับอนุญาตแก้ไขไฟล์ในโฟลเดอร์ที่กำหนด ตั้งโฟลเดอร์ได้ที่ Protected folders และอนุญาตแอปที่ไว้ใจได้ที่ Allow an app through Controlled folder access
  • Ransomware data recovery ทำงานร่วมกับ OneDrive เพื่อช่วยกู้ไฟล์หลังถูกโจมตี

ถ้าเปิด Controlled folder access บางโปรแกรมที่บันทึกไฟล์ลงโฟลเดอร์เอกสารอาจถูกบล็อก ต้องเพิ่มโปรแกรมนั้นในรายการที่อนุญาต ส่วนการสำรองไฟล์สำคัญไว้นอกเครื่องยังเป็นวิธีที่ช่วยได้มากที่สุดถ้าเจอแรนซัมแวร์ ดูเพิ่มเติมได้ใน วิธีกู้ข้อมูล

ใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอื่น

ตามเอกสารของ Microsoft บนเครื่อง Windows 10 และ 11 สำหรับใช้งานทั่วไป เมื่อติดตั้งแอนตี้ไวรัสจากบริษัทอื่นที่เข้ากันได้ Microsoft Defender Antivirus จะเข้าสู่โหมดปิดใช้งาน (disabled mode) อัตโนมัติ ไม่สแกนและไม่จัดการภัยคุกคาม เพื่อไม่ให้สองโปรแกรมทำงานชนกัน และเมื่อโปรแกรมนั้นหมดอายุ ถูกถอน หรือหยุดป้องกันแบบเรียลไทม์ Defender จะกลับมาเปิดเอง

ถ้าอยากให้ Defender ช่วยตรวจซ้ำเป็นระยะ มีตัวเลือก Limited periodic scanning โดยไปที่ Virus & threat protection แล้วเปิด Microsoft Defender Antivirus options ที่อยู่ใต้ชื่อโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวหลัก ตัวเลือกนี้ใช้เอนจินเพียงบางส่วน จับมัลแวร์ได้ไม่ครบเท่าการเปิด Defender เต็มรูปแบบ

ต้องซื้อแอนตี้ไวรัสเพิ่มไหม

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่อัปเดต Windows สม่ำเสมอและไม่ติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าไว้ใจ Defender ที่เปิดไว้ตามค่าเริ่มต้นถือเป็นพื้นฐานที่ใช้ได้ ส่วนจะซื้อเพิ่มหรือไม่ขึ้นกับความต้องการ เช่น ฟีเจอร์ดูแลครอบครัวหรือจัดการหลายอุปกรณ์ ไม่ควรติดตั้งแอนตี้ไวรัสสองตัวให้ทำงานแบบเรียลไทม์พร้อมกัน

Defender บน Windows 10 หลังหมดซัพพอร์ต

Windows 10 สิ้นสุดการสนับสนุนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2025 แต่ Microsoft ยังส่งอัปเดตฐานข้อมูลภัยคุกคาม (security intelligence updates) ให้ Microsoft Defender Antivirus บน Windows 10 ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2028 ข้อควรรู้คือ Microsoft ระบุเองว่า Defender อย่างเดียวไม่ใช่การป้องกันที่ครบถ้วน เพราะช่องโหว่ของตัว Windows ยังต้องได้แพตช์ความปลอดภัย

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป โครงการ Extended Security Updates (ESU) ของ Windows 10 ถูกขยายเวลาไปสิ้นสุดวันที่ 12 ตุลาคม 2027 ใช้ได้กับ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 และต้องลงทะเบียนด้วยบัญชี Microsoft แบบผู้ดูแลเครื่อง รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ใน Windows 10 หมดซัพพอร์ตแล้วทำอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

Windows Defender ฟรีไหม ต้องติดตั้งเพิ่มหรือเปล่า

ฟรี มากับ Windows 10 และ 11 อยู่แล้ว เปิดทำงานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก และอัปเดตผ่าน Windows Update อัตโนมัติ ไม่ต้องดาวน์โหลดจากที่ไหน

ปิด Windows Defender แล้วทำไมเปิดกลับเอง

เป็นการออกแบบของ Windows Microsoft ระบุว่า Real-time protection จะเปิดกลับอัตโนมัติหลังผ่านไปสักพัก เพื่อไม่ให้เครื่องอยู่โดยไม่มีการป้องกันนานเกินไป ถ้าต้องการไม่ให้สแกนไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง ให้ใช้ Exclusions แทน

ปิด Real-time protection ไม่ได้ สวิตช์เป็นสีเทา

ถ้า Tamper Protection เปิดอยู่ ต้องปิดตัวนั้นก่อน ถ้าเป็นเครื่องบริษัท การตั้งค่าอาจถูกควบคุมโดยฝ่ายไอที ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบขององค์กร

ติดตั้งแอนตี้ไวรัสตัวอื่นแล้ว ต้องปิด Defender เองไหม

ไม่ต้อง เมื่อติดตั้งแอนตี้ไวรัสที่เข้ากันได้ Defender จะเข้าโหมดปิดใช้งานเอง และกลับมาทำงานเมื่อโปรแกรมนั้นหมดอายุหรือถูกถอนออก

Defender บล็อกไฟล์ที่เราแน่ใจว่าปลอดภัย ทำอย่างไร

ตรวจแหล่งที่มาของไฟล์อีกครั้ง ถ้ามาจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาโดยตรงและมั่นใจ ให้ดูรายการที่ Protection history แล้วเพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นที่ Manage settings > Add or remove exclusions

Windows 10 ยังใช้ Defender ได้อยู่ไหมในปี 2026

ใช้ได้ และยังได้อัปเดตฐานข้อมูลภัยคุกคามถึงตุลาคม 2028 แต่ตัว Windows 10 ไม่ได้แพตช์ความปลอดภัยแล้วถ้าไม่ได้ลงทะเบียน ESU จึงควรลงทะเบียน ESU หรือย้ายไป Windows 11

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชันของ Windows และการตั้งค่าขององค์กร ควรตรวจสอบกับเอกสารของ Microsoft อีกครั้งก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัย

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำ

Windows 12 มีจริงไหม สรุปสิ่งที่ Microsoft ยืนยันแล้ว ข่าวลือ และควรทำอะไรตอนนี้ (2026)

Windows 12 ยังไม่มีการประกาศจาก Microsoft สรุปข้อมูลที่ยืนยันแล้ว ข่าวลือที่ต้องระวัง และสิ่งที่ควรทำกับเครื่องตอนนี้

วิธีอัพเดท iOS 27 บน iPhone ล่าสุด 2026 พร้อมรายชื่อรุ่นที่รองรับ

วิธีอัพเดท iOS บน iPhone ทั้งผ่าน Wi-Fi และคอมพิวเตอร์ พร้อมสถานะเวอร์ชันล่าสุด ณ ตุลาคม 2026 รายชื่อรุ่นที่อัพเดท iOS 27 ได้ และวิธีแก้เมื่ออัพเดทไม่ผ่าน

วิธีแคปหน้าจอ Mac ทุกแบบ ทั้งจอ บางส่วน หน้าต่าง และอัดวิดีโอ (2026)

รวมวิธีแคปหน้าจอ Mac ด้วยปุ่มลัด Shift+Command+3, 4, 5 ทั้งแคปทั้งจอ บางส่วน เฉพาะหน้าต่าง เก็บลงคลิปบอร์ด และวิธีเปลี่ยนที่เก็บไฟล์ภาพ

Realtek Audio Driver ดาวน์โหลดจากแหล่งทางการ อัปเดต และแก้คอมไม่มีเสียง Windows 11/10 (2026)

Realtek Audio Driver ที่ปลอดภัยมาจาก Windows Update และหน้าซัพพอร์ตของผู้ผลิตคอม บทความนี้รวมวิธีอัปเดต ย้อนกลับ ลงใหม่ และไล่แก้ปัญหาคอมไม่มีเสียง

จัดสเปคคอม 2026 คู่มือเลือกอุปกรณ์ทีละชิ้น เช็คความเข้ากันได้ และแบ่งระดับตามงบ

คู่มือจัดสเปคคอมตั้งโต๊ะฉบับเข้าใจง่าย เริ่มจากงานที่ใช้ เลือกอุปกรณ์ทีละชิ้น เช็คว่าทุกชิ้นเข้ากันได้ และแบ่งระดับสเปคตามงบโดยไม่ยึดราคาที่เปลี่ยนเร็ว

คีย์ลัด Mac 2026 รวมปุ่มลัดที่ใช้บ่อย แคปจอ จัดหน้าต่าง Finder และพิมพ์งาน

รวมคีย์ลัด Mac ที่ใช้บ่อยตามหมวด ตั้งแต่คัดลอกวาง แคปหน้าจอ จัดหน้าต่าง ไปจนถึง Finder และการพิมพ์งาน พร้อมตารางเทียบปุ่ม Windows กับ Mac