อัปเดต 16 ตุลาคม 2026
Windows 11 คือระบบปฏิบัติการรุ่นปัจจุบันของ Microsoft เวอร์ชันล่าสุดสำหรับเครื่องทั่วไปคือ 26H2 (Windows 11 2026 Update) ที่ปล่อยเมื่อ 29 กันยายน 2026 ถ้าเครื่องเดิมเป็น Windows 10 ที่สเปคผ่าน อัปเกรดได้ฟรีผ่าน Windows Update ส่วนเครื่องที่ไม่ผ่าน ยังรับอัปเดตความปลอดภัยของ Windows 10 ผ่านโครงการ ESU ได้ถึง 12 ตุลาคม 2027
- เวอร์ชันล่าสุดคือ 26H2 ส่วน 25H2 ยังได้รับอัปเดตถึง 12 ตุลาคม 2027 ขณะที่ 24H2 รุ่น Home/Pro หมดอัปเดตแล้ว
- สเปคขั้นต่ำ: CPU 64 บิต 2 คอร์ขึ้นไปที่อยู่ในรายชื่อรองรับ, RAM 4 GB, พื้นที่ 64 GB, UEFI พร้อม Secure Boot และ TPM 2.0
- เช็คเครื่องด้วยแอป PC Health Check แล้วดาวน์โหลดจากหน้า microsoft.com/software-download/windows11 เท่านั้น
- เครื่อง Windows 10 ที่ผ่านสเปคและมีไลเซนส์อยู่แล้ว อัปเกรดได้โดยไม่เสียเงิน
- ราคาใน Microsoft Store ประเทศไทย ณ วันที่เขียน: Home ฿6,199 และ Pro ฿8,999
Windows 11 คืออะไร และเวอร์ชันล่าสุดคืออะไร
Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กที่ Microsoft ปล่อยต่อจาก Windows 10 จุดที่เห็นชัดคือหน้าตาใหม่ เมนู Start อยู่กลางแถบงาน หน้าต่างมุมโค้ง และหน้า Settings ที่จัดใหม่ทั้งหมด แต่ความต่างที่สำคัญกว่าอยู่ด้านความปลอดภัย Windows 11 บังคับให้เครื่องมี TPM 2.0 และ Secure Boot ตั้งแต่แรก จึงทำให้เครื่องรุ่นเก่าจำนวนมากติดตั้งแบบปกติไม่ได้
Microsoft ออกเวอร์ชันใหญ่ (feature update) ปีละครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ตั้งชื่อตามปีและครึ่งปี เช่น 25H2 คือปี 2025 ครึ่งหลัง แต่ละเวอร์ชันของรุ่น Home และ Pro ได้รับอัปเดตประมาณ 24 เดือน หลังจากนั้นต้องขยับไปเวอร์ชันใหม่เพื่อรับแพตช์ความปลอดภัยต่อ
ตารางเวอร์ชัน Windows 11 ที่ควรรู้ (ข้อมูลจาก Microsoft ณ 13 ตุลาคม 2026)
| เวอร์ชัน | วันที่ปล่อย | สิ้นสุดอัปเดต (Home/Pro) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 26H2 | 29 ก.ย. 2026 | 10 ต.ค. 2028 | เวอร์ชันล่าสุดสำหรับเครื่องทั่วไป ทยอยปล่อย |
| 26H1 | 10 ก.พ. 2026 | 14 มี.ค. 2028 | มาเฉพาะกับเครื่องใหม่บางรุ่น เช่น Snapdragon X2 อัปเกรดจากเครื่องเดิมไม่ได้ |
| 25H2 | 30 ก.ย. 2025 | 12 ต.ค. 2027 | ยังได้รับอัปเดต |
| 24H2 | 1 ต.ค. 2024 | หมดแล้ว | รุ่น Enterprise/Education ยังได้ถึง 12 ต.ค. 2027 |
| 23H2 | 31 ต.ค. 2023 | หมดแล้ว | ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่ |
26H2 มีอะไรใหม่
26H2 ส่งมาเป็น enablement package สำหรับเครื่องที่ใช้ 25H2 หรือ 24H2 อยู่แล้ว หมายความว่าฟีเจอร์ส่วนใหญ่ถูกส่งเข้าเครื่องล่วงหน้าผ่านอัปเดตรายเดือน พอถึงเวลาจะเปิดใช้และเปลี่ยนเลขเวอร์ชันด้วยการรีสตาร์ตครั้งเดียว ไม่ต้องติดตั้งใหม่ทั้งระบบ สิ่งที่ Microsoft ระบุไว้ในเวอร์ชันนี้ ได้แก่
- ผู้ช่วยในหน้า Settings ที่พิมพ์สั่งเป็นภาษาธรรมชาติเพื่อค้นและปรับการตั้งค่าได้
- Task Manager แสดงการใช้งาน NPU และงานด้าน AI
- Narrator อธิบายรูปภาพได้ละเอียดขึ้น
- ปรับแต่งเมนู Start และแถบงานได้มากขึ้น พร้อมปรับปรุง Windows Search และ File Explorer
- ปรับปรุงด้านเกม เครือข่าย และการช่วยการเข้าถึง
ข้อดีที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปคือ รอบการซัพพอร์ตเริ่มนับใหม่ เครื่องที่อยู่บน 26H2 จะได้รับอัปเดตไปถึงตุลาคม 2028
กด Win + R พิมพ์ winver แล้วกด Enter หน้าต่างที่ขึ้นมาจะบอกเวอร์ชันและเลข build หรือเข้า Settings > System > About (การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ) แล้วดูหัวข้อ Windows specifications
สเปคขั้นต่ำของ Windows 11
ตัวเลขด้านล่างมาจากหน้าสเปคทางการของ Microsoft ถ้าเครื่องขาดข้อใดข้อหนึ่ง โปรแกรมติดตั้งตามปกติจะไม่ยอมให้ลงต่อ
| รายการ | ขั้นต่ำ |
|---|---|
| ซีพียู (CPU) | 1 GHz ขึ้นไป อย่างน้อย 2 คอร์ เป็นรุ่น 64 บิตที่อยู่ในรายชื่อรองรับ หรือ SoC |
| แรม (RAM) | 4 GB |
| พื้นที่เก็บข้อมูล | 64 GB ขึ้นไป |
| เฟิร์มแวร์ | UEFI ที่รองรับ Secure Boot |
| TPM | Trusted Platform Module เวอร์ชัน 2.0 |
| กราฟิก | รองรับ DirectX 12 ขึ้นไป พร้อมไดรเวอร์ WDDM 2.0 |
| หน้าจอ | ความละเอียด 720p ขึ้นไป ขนาดเกิน 9 นิ้ว 8 บิตต่อช่องสี |
| อินเทอร์เน็ตและบัญชี | รุ่น Home และ Pro สำหรับใช้ส่วนตัว ต้องต่ออินเทอร์เน็ตและใช้บัญชี Microsoft ตอนตั้งค่าเครื่องครั้งแรก |
CPU รุ่นไหนรองรับบ้าง
ข้อนี้เป็นเหตุผลที่เครื่องไม่ผ่านบ่อยที่สุด Microsoft ทำรายชื่อ CPU ที่รองรับแยกตามผู้ผลิตไว้บน Microsoft Learn โดยสรุปคร่าว ๆ คือ
- Intel: เริ่มที่ Core รุ่นที่ 8 (8th Generation) ขึ้นไป รวมถึง Celeron และ Pentium บางรุ่นที่อยู่ในรายชื่อ
- AMD: รุ่นต่ำสุดที่อยู่ในรายชื่อคือ Ryzen ซีรีส์ 2000 เช่น Ryzen 5 2600 และ Ryzen 7 2700X ส่วน Ryzen 1000 ไม่อยู่ในรายชื่อ
- Qualcomm: ชิป Snapdragon ที่ใช้ในโน้ตบุ๊ก Arm ตามรายชื่อของ Microsoft
ถ้าไม่แน่ใจว่าเครื่องตัวเองใช้ CPU รุ่นอะไร ดูวิธีเช็คได้ในบทความ วิธีเช็คสเปคคอม แล้วนำชื่อรุ่นไปเทียบกับรายชื่อของ Microsoft
TPM 2.0 และ Secure Boot คืออะไร
TPM เป็นชิปหรือฟังก์ชันในเฟิร์มแวร์ที่ใช้เก็บกุญแจเข้ารหัส ช่วยเรื่อง BitLocker, Windows Hello และป้องกันการแก้ไขระบบตอนบูต ส่วน Secure Boot เป็นฟีเจอร์ของ UEFI ที่ยอมให้บูตเฉพาะซอฟต์แวร์ที่มีลายเซ็นถูกต้อง เครื่องที่ผลิตช่วงหลังปี 2018 ส่วนใหญ่มีทั้งสองอย่าง แต่บางเครื่องปิดไว้จากโรงงาน
- เช็ค TPM: กด Win + R พิมพ์
tpm.mscดูบรรทัด Specification Version ว่าเป็น 2.0 หรือไม่ ถ้าขึ้นว่าไม่พบ TPM อาจยังไม่ได้เปิดใน BIOS - เช็ค Secure Boot: กด Win + R พิมพ์
msinfo32ดูบรรทัด Secure Boot State และ BIOS Mode ต้องเป็น UEFI
ชื่อเมนูต่างกันตามยี่ห้อ เช่น Intel PTT, AMD fTPM หรือ Security Device Support ควรดูคู่มือของเมนบอร์ดหรือโน้ตบุ๊กก่อน และอย่าเปลี่ยนโหมดดิสก์จาก Legacy/MBR เป็น UEFI โดยไม่ได้แปลงดิสก์ เพราะเครื่องอาจบูตไม่ขึ้น ถ้าเจอปัญหาเปิดไม่ติดหลังปรับ BIOS ดู คอมเปิดไม่ติด
วิธีเช็คว่าเครื่องรองรับ Windows 11
วิธีที่ง่ายและเชื่อถือได้ที่สุดคือแอป PC Health Check ของ Microsoft ใช้บน Windows 10 แอปจะตรวจ CPU, RAM, พื้นที่, TPM และ Secure Boot ให้ในครั้งเดียว และบอกว่าข้อไหนไม่ผ่าน
- ดาวน์โหลดแอปเปิดลิงก์ทางการ aka.ms/GetPCHealthCheckApp แล้วทำตามขั้นตอนเพื่อติดตั้ง บางเครื่องที่ผู้ผลิตติดตั้งมาให้แล้ว ไม่ต้องลงซ้ำ
- เปิดแอปพิมพ์ PC Health Check ในช่องค้นหาบนแถบงาน แล้วเลือกแอปจากผลลัพธ์
- กด Check nowในกล่อง Introducing Windows 11 กดปุ่ม Check now รอสักครู่
- อ่านผลถ้าผ่าน จะขึ้นว่าเครื่องตรงตามข้อกำหนด ถ้าไม่ผ่าน แอปจะบอกเหตุผล เช่น CPU ไม่อยู่ในรายชื่อ หรือ TPM ไม่ได้เปิด พร้อมแนวทางแก้
หลายเครื่องมีฟังก์ชันนี้อยู่แต่ปิดไว้ ลองเปิดใน BIOS/UEFI ตามคู่มือแล้วเช็คใหม่ แต่ถ้าสาเหตุคือ CPU ไม่อยู่ในรายชื่อ ทางเลือกที่ Microsoft รองรับคือใช้ Windows 10 ต่อพร้อม ESU หรือเปลี่ยนเครื่อง
ถ้าเครื่องไม่ผ่าน มีทางเลือกอะไรบ้าง
กรณี CPU ไม่อยู่ในรายชื่อ การเปลี่ยนการตั้งค่าใน BIOS ช่วยไม่ได้ ทางเลือกที่ปลอดภัยและ Microsoft รองรับ มีดังนี้
- ใช้ Windows 10 ต่อพร้อม ESU ได้แพตช์ความปลอดภัยถึง 12 ตุลาคม 2027 ระหว่างนั้นค่อยวางแผนเปลี่ยนเครื่อง รายละเอียดอยู่ในหัวข้อที่ 9
- อัปเกรดฮาร์ดแวร์ สำหรับคอมตั้งโต๊ะ บางครั้งเปลี่ยนเมนบอร์ดและ CPU ก็ใช้แรมหรือการ์ดจอเดิมต่อได้ ควรเช็คความเข้ากันได้ก่อนซื้อ
- เปลี่ยนเครื่องใหม่ เครื่องที่ขายในปัจจุบันมากับ Windows 11 และไลเซนส์อยู่แล้ว
ส่วนวิธีติดตั้งแบบข้ามข้อกำหนดที่แชร์กันในอินเทอร์เน็ต ทำให้เครื่องอยู่ในสถานะที่ Microsoft ไม่รองรับ อาจไม่ได้รับอัปเดตบางรายการ และไม่ได้รับการช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา บทความนี้จึงไม่แนะนำ
วิธีดาวน์โหลด Windows 11 จาก Microsoft
ดาวน์โหลด Windows 11 ได้ฟรีจากหน้า Download Windows 11 ของ Microsoft เท่านั้น ไฟล์จากเว็บอื่นหรือไฟล์ที่แจกพร้อมตัวปลดล็อกเสี่ยงมีมัลแวร์ การดาวน์โหลดไม่ได้แปลว่าได้ไลเซนส์ ต้องมีสิทธิ์ใช้งานถูกต้องด้วย หน้าดังกล่าวมี 3 ทางเลือก
| เครื่องมือ | เหมาะกับ | สิ่งที่ต้องมี |
|---|---|---|
| Windows 11 Installation Assistant | อัปเกรดเครื่องที่ใช้อยู่ตอนนี้ | ไลเซนส์ Windows 10/11, Windows 10 เวอร์ชัน 2004 ขึ้นไป, พื้นที่ว่าง 9 GB, สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ |
| Media Creation Tool (Create Windows 11 Installation Media) | สร้าง USB บูต หรือไฟล์ ISO เพื่อลงใหม่หรือลงเครื่องอื่น | แฟลชไดรฟ์ว่างอย่างน้อย 8 GB (ข้อมูลเดิมจะถูกลบ), อินเทอร์เน็ต |
| Windows 11 Disk Image (ISO) for x64 | ทำ USB เอง ใช้กับเครื่องเสมือน (VM) หรือ mount เพื่ออัปเกรด | พื้นที่พอเก็บไฟล์, ลิงก์ดาวน์โหลดใช้ได้ 24 ชั่วโมง |
ทั้ง Installation Assistant และ Media Creation Tool ใช้ได้กับเครื่อง x64 (Intel/AMD) เท่านั้น เครื่องที่ใช้ชิป Arm ให้รออัปเดตผ่าน Windows Update หรือใช้ ISO สำหรับ Arm64 ซึ่ง Microsoft แยกไว้อีกหน้า
วิธีดาวน์โหลดไฟล์ ISO
- เลือกรุ่นในหัวข้อ Download Windows 11 Disk Image (ISO) for x64 devices เลือก Windows 11 (multi-edition ISO for x64 devices) แล้วกดยืนยัน ไฟล์นี้รวมหลายรุ่นไว้ด้วยกัน รุ่นที่ได้ขึ้นกับคีย์หรือไลเซนส์ของเครื่อง
- เลือกภาษาเลือกภาษาที่ต้องการ เช่น Thai หรือ English แล้วกดยืนยัน ควรเลือกภาษาเดียวกับที่จะใช้ตอนติดตั้ง
- กด Downloadลิงก์ที่ได้ใช้ได้ 24 ชั่วโมง ถ้าหมดอายุให้กลับมาสร้างลิงก์ใหม่
- ตรวจไฟล์ (ไม่บังคับ)เปิด PowerShell แล้วใช้คำสั่ง
Get-FileHashตามด้วยพาธไฟล์ เทียบค่า SHA256 กับตารางที่ Microsoft แสดงไว้บนหน้าดาวน์โหลด
วิธีอัปเกรดจาก Windows 10 เป็น Windows 11 ฟรี
Microsoft ยังให้เครื่อง Windows 10 ที่สเปคผ่านอัปเกรดเป็น Windows 11 ได้โดยไม่เสียเงิน ไลเซนส์ Windows 10 Home จะได้ Windows 11 Home ส่วน Windows 10 Pro จะได้ Windows 11 Pro ไฟล์ส่วนตัวและแอปส่วนใหญ่ยังอยู่ครบ
การอัปเกรดแบบเก็บไฟล์ไว้มักผ่านไปได้ด้วยดี แต่ถ้าไฟดับหรือเกิดข้อผิดพลาดระหว่างทาง ข้อมูลอาจเสียหาย ควรคัดลอกไฟล์สำคัญไปไว้ในฮาร์ดดิสก์ภายนอกหรือคลาวด์ โน้ตบุ๊กควรเสียบสายชาร์จไว้ตลอด
วิธีที่ 1: ผ่าน Windows Update (แนะนำ)
- เปิด Settingsกด Start แล้วเลือก Settings (การตั้งค่า) หรือกด Win + I
- ไปที่ Update & Securityเลือก Update & Security (การอัปเดตและความปลอดภัย) แล้วเลือก Windows Update
- กด Check for updatesถ้าเครื่องพร้อม จะเห็นข้อความว่าอัปเกรดเป็น Windows 11 ได้ กด Download and install
- รอดาวน์โหลดและรีสตาร์ตเมื่อเตรียมไฟล์เสร็จ กด Restart now เครื่องจะรีสตาร์ตหลายครั้ง ห้ามปิดเครื่องระหว่างนี้
วิธีที่ 2: ใช้ Installation Assistant
ถ้า Windows Update ยังไม่แสดงตัวเลือก แต่ PC Health Check บอกว่าผ่าน ให้ดาวน์โหลด Installation Assistant จากหน้าดาวน์โหลดของ Microsoft เปิดโปรแกรม ยอมรับเงื่อนไข แล้วกด Restart Now เมื่อโปรแกรมแจ้ง
วิธีที่ 3: mount ไฟล์ ISO
คลิกขวาที่ไฟล์ ISO เลือก Mount แล้วดับเบิลคลิก setup.exe วิธีนี้เป็นการอัปเกรดทับระบบเดิม เลือกได้ว่าจะเก็บไฟล์และแอปไว้หรือไม่ ปัจจุบัน Media Creation Tool ใช้อัปเกรดเครื่องตัวเองแบบเดิมไม่ได้แล้ว ใช้สร้าง USB หรือ ISO เท่านั้น
เข้า Settings > System > Recovery (การตั้งค่า > ระบบ > การกู้คืน) แล้วกด Go back ต้องไม่ลบโฟลเดอร์ windows.old และไฟล์ส่วนตัวจะยังอยู่ แต่แอปหรือการตั้งค่าที่ทำหลังอัปเกรดจะหายไป เมื่อพ้นช่วงเวลานี้ ตัวเลือก Go back จะหายไปและต้องลงใหม่แทน
วิธีลง Windows 11 ใหม่ด้วย USB
การลงใหม่ (clean install) เหมาะกับเครื่องที่ช้าผิดปกติ มีปัญหาสะสม หรือเปลี่ยน SSD ใหม่ ข้อมูลในไดรฟ์ที่ติดตั้งจะถูกลบ จึงต้องสำรองไฟล์ก่อน และควรรู้ว่าเครื่องมีไลเซนส์ดิจิทัลผูกกับบัญชี Microsoft หรือมีคีย์อยู่แล้ว เครื่องที่เคย activate มาก่อนมักเปิดใช้งานเองเมื่อต่ออินเทอร์เน็ต
สิ่งที่ต้องเตรียม
- แฟลชไดรฟ์ว่างอย่างน้อย 8 GB (ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์จะถูกลบ)
- คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหรือเครื่องเดิมที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ เพื่อสร้าง USB
- ไดรเวอร์การ์ดแลนหรือ Wi-Fi จากเว็บผู้ผลิต สำรองไว้ในกรณีที่ลงเสร็จแล้วต่อเน็ตไม่ได้
- ดาวน์โหลด Media Creation Toolที่หน้า Download Windows 11 ของ Microsoft ในหัวข้อ Create Windows 11 Installation Media กด Download Now
- เปิดโปรแกรมด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน
- เลือกภาษาและรุ่นค่าเริ่มต้นจะตรงกับเครื่องที่ใช้อยู่ ถ้าจะลงให้เครื่องอื่น เอาเครื่องหมายออกแล้วเลือกเอง
- เลือก USB flash driveเลือกแฟลชไดรฟ์ที่เสียบไว้ แล้วรอโปรแกรมดาวน์โหลดและเขียนไฟล์จนเสร็จ ใช้เวลาตามความเร็วเน็ต
- บูตเครื่องจาก USBเสียบ USB ที่เครื่องปลายทาง เปิดเครื่องแล้วกดปุ่มเรียก Boot Menu หรือเข้า BIOS/UEFI เพื่อเลือกบูตจาก USB ปุ่มต่างกันตามยี่ห้อ ดูจากคู่มือหรือหน้าจอตอนเปิดเครื่อง
- ตั้งค่าภาษาและแป้นพิมพ์เลือกภาษา เวลา และรูปแบบแป้นพิมพ์ แล้วกดติดตั้ง
- ใส่คีย์หรือข้ามถ้ามีคีย์ให้ใส่ ถ้าเครื่องเคย activate Windows 11 หรือ Windows 10 มาก่อน เลือก I don’t have a product key แล้วเลือกรุ่นให้ตรงกับไลเซนส์เดิม
- เลือกไดรฟ์ที่จะติดตั้งเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ ถ้าจะลงใหม่ทั้งหมด ลบพาร์ทิชันเดิมของไดรฟ์ระบบแล้วติดตั้งบนพื้นที่ว่าง ตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้เลือกไดรฟ์ที่เก็บข้อมูลอื่น
- ตั้งค่าเครื่องครั้งแรกหลังรีสตาร์ต ถอด USB ออก เลือกประเทศ ต่ออินเทอร์เน็ต และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ตามที่รุ่น Home และ Pro กำหนด
- อัปเดตเครื่องเข้า Settings > Windows Update กด Check for updates เพื่อรับไดรเวอร์และแพตช์ล่าสุด
แปลว่าเครื่องยังบูตจาก USB อยู่ ให้ถอด USB หรือเปลี่ยนลำดับการบูตใน BIOS/UEFI กลับเป็นไดรฟ์ที่ลง Windows ไว้ ถ้าเคยปิด Secure Boot ชั่วคราวเพื่อบูต USB ควรเปิดกลับด้วย
หลังลงเสร็จควรทำอะไรต่อ
- เช็คการเปิดใช้งาน: เข้า Settings > System > Activation ดูว่าขึ้น Windows is activated หรือไม่ ถ้ายังไม่ขึ้น รอสักพักหลังต่ออินเทอร์เน็ต หรือลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft ที่ผูกไลเซนส์ไว้
- ลงไดรเวอร์: Windows Update จะหาไดรเวอร์ส่วนใหญ่ให้ แต่ไดรเวอร์การ์ดจอ ชิปเซ็ต และทัชแพดบางรุ่น ควรดาวน์โหลดจากเว็บผู้ผลิตโดยตรงเพื่อให้ได้รุ่นล่าสุด
- ตรวจ Device Manager: คลิกขวาที่ปุ่ม Start เลือก Device Manager ถ้ามีอุปกรณ์ที่มีเครื่องหมายตกใจ แปลว่ายังขาดไดรเวอร์
- เปิดการสำรองข้อมูล: ตั้ง OneDrive หรือ Windows Backup ไว้ตั้งแต่แรก เพื่อไม่ต้องเสียข้อมูลถ้าต้องลงใหม่อีกครั้ง
- ลงโปรแกรมจากแหล่งทางการ: ใช้ Microsoft Store หรือเว็บของผู้พัฒนาโปรแกรม หลีกเลี่ยงตัวติดตั้งจากเว็บดาวน์โหลดทั่วไปที่มักแถมโปรแกรมอื่นมาด้วย
วิธีอัปเดต Windows 11
Windows 11 รับอัปเดต 2 แบบ คืออัปเดตสะสมรายเดือน (cumulative update) ที่มีแพตช์ความปลอดภัย และอัปเดตเวอร์ชันใหญ่ปีละครั้ง ทั้งสองแบบอยู่ที่เดียวกัน
- เปิด Windows Updateกด Start > Settings > Windows Update หรือกด Win + I แล้วเลือก Windows Update ที่เมนูด้านซ้าย
- กด Check for updatesถ้ามีอัปเดต กด Download & install
- รีสตาร์ตเมื่อระบบแจ้งบันทึกงานก่อน แล้วกด Restart now หรือเลือกเวลารีสตาร์ตที่สะดวก
อยากได้ 26H2 เร็วขึ้น
Microsoft ทยอยปล่อย 26H2 เป็นระยะ เครื่องแต่ละเครื่องจะเห็นไม่พร้อมกัน ถ้าเครื่องเป็น 25H2 หรือ 24H2 อยู่ ให้เปิดสวิตช์ Get the latest updates as soon as they’re available ในหน้า Windows Update แล้วกด Check for updates เมื่ออัปเดตพร้อมสำหรับเครื่อง ระบบจะดาวน์โหลดและติดตั้ง และรีสตาร์ตครั้งเดียวก็เสร็จ ถ้ายังไม่ขึ้น แสดงว่าเครื่องยังไม่อยู่ในรอบที่ได้รับ ควรรอมากกว่าบังคับติดตั้ง เพราะ Microsoft อาจกันเครื่องที่มีปัญหาความเข้ากันได้ไว้ก่อน
ดูหน้า Windows release health ของ Microsoft ว่ามีปัญหาที่รู้แล้ว (known issues) ตรงกับอาการหรือไม่ บางกรณี Microsoft แก้ให้อัตโนมัติผ่าน Known Issue Rollback โดยไม่ต้องทำอะไร ถ้าต้องการถอนอัปเดตรายเดือน ให้เข้า Settings > Windows Update > Update history แล้วเลือก Uninstall updates
ราคา Windows 11 และความต่าง Home กับ Pro
ถ้าซื้อคอมหรือโน้ตบุ๊กใหม่ที่ลง Windows 11 มาจากโรงงาน ไลเซนส์มักรวมอยู่ในราคาเครื่องแล้ว คนที่ต้องซื้อแยกคือคนที่ประกอบคอมเอง หรือเครื่องเดิมไม่มีไลเซนส์ Windows 10/11 ที่ถูกต้อง
| รุ่น | ราคาใน Microsoft Store ไทย | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Windows 11 Home | ฿6,199 (แบบดาวน์โหลด) | ใช้งานบ้าน เรียน ทำงานเอกสาร เล่นเกม |
| Windows 11 Pro | ฿8,999 (แบบดาวน์โหลด) | คนที่ต้องใช้ BitLocker, Remote Desktop เข้าเครื่อง, Hyper-V หรือเครื่องในองค์กร |
ราคาข้างต้นดูจากหน้าสินค้าของ microsoft.com/th-th เมื่อ 15 ตุลาคม 2026 อาจเปลี่ยนได้ ร้านไอทีในไทยก็มีขายแบบกล่อง (FPP) และแบบ OEM ซึ่งราคาต่างกันตามประเภทไลเซนส์ ควรซื้อจากร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และระวังคีย์ราคาถูกผิดปกติที่ขายทางออนไลน์ เพราะอาจถูกยกเลิกภายหลัง
Pro มีอะไรที่ Home ไม่มี
| ฟีเจอร์ | Home | Pro |
|---|---|---|
| เข้ารหัสไดรฟ์ | Device encryption (ฟังก์ชันพื้นฐาน) | BitLocker เต็มรูปแบบ |
| Remote Desktop | เชื่อมต่อออกไปเครื่องอื่นได้ | ให้เครื่องอื่นเชื่อมเข้ามาได้ |
| Hyper-V และ Windows Sandbox | ไม่มี | มี |
| Group Policy Editor | ไม่มี | มี |
| เข้าโดเมน / Microsoft Entra ID | ไม่ได้ | ได้ |
| แรมสูงสุด | 128 GB | 2 TB |
สำหรับคนทั่วไป Home เพียงพอ ถ้าภายหลังต้องการฟีเจอร์ของ Pro อัปเกรดจาก Home เป็น Pro ได้โดยไม่ต้องลงใหม่ ผ่านหน้า Activation ในเมนู Settings > System
Windows 10 หมดซัพพอร์ตแล้ว ต้องทำอย่างไร
Windows 10 สิ้นสุดการซัพพอร์ตเมื่อ 14 ตุลาคม 2025 เครื่องยังเปิดใช้ได้ตามปกติ แต่ไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยตามรอบปกติอีก ยิ่งใช้นานยิ่งเสี่ยงต่อมัลแวร์และช่องโหว่ที่ถูกค้นพบใหม่ ทางเลือกที่ Microsoft แนะนำมี 3 ทาง
- อัปเกรดเป็น Windows 11 ฟรี ถ้าเครื่องสเปคผ่าน ตามขั้นตอนในหัวข้อที่ 5
- เปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ ที่มาพร้อม Windows 11 ถ้าเครื่องเก่าไม่ผ่านสเปค
- สมัคร Extended Security Updates (ESU) เพื่อรับแพตช์ความปลอดภัยต่ออีกระยะ
ข้อเท็จจริงเรื่อง ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ได้อะไร | เฉพาะอัปเดตความปลอดภัยระดับ critical และ important ไม่มีฟีเจอร์ใหม่ ไม่มีบริการช่วยเหลือทางเทคนิค |
| ใช้ได้ถึง | 12 ตุลาคม 2027 (Microsoft ขยายจากกำหนดเดิม 13 ตุลาคม 2026) เครื่องที่สมัครแล้วได้รับต่ออัตโนมัติ |
| เครื่องที่สมัครได้ | Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 รุ่น Home, Pro, Pro Education หรือ Workstations |
| วิธีสมัคร | ฟรีเมื่อซิงก์การตั้งค่าด้วย Windows Backup, ใช้ 1,000 คะแนน Microsoft Rewards หรือจ่ายครั้งเดียว 30 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือเทียบเท่าสกุลเงินท้องถิ่น) บวกภาษี |
| สิ่งที่ต้องมี | ติดตั้งอัปเดตล่าสุด, บัญชี Microsoft ที่เป็นผู้ดูแลระบบ (บัญชีเด็กใช้ไม่ได้) |
| จำนวนเครื่อง | 1 ไลเซนส์ใช้ได้สูงสุด 10 เครื่องในบัญชีเดียวกัน |
- อัปเดต Windows 10 ให้ล่าสุดเข้า Settings > Update & Security > Windows Update แล้วติดตั้งอัปเดตที่ค้างอยู่ทั้งหมด
- กด Enroll nowในหน้า Windows Update เดียวกัน ถ้าเครื่องมีสิทธิ์จะเห็นตัวเลือกสมัคร ESU
- เลือกวิธีสมัครลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft แล้วเลือกแบบฟรีด้วย Windows Backup, ใช้คะแนน Rewards หรือชำระเงิน ตามที่ระบบแสดง
ESU ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นระหว่างเตรียมเปลี่ยนเครื่องหรืออัปเกรด แต่แอปและไดรเวอร์ใหม่จะค่อย ๆ เลิกรองรับ Windows 10 ควรวางแผนย้ายไป Windows 11 ก่อนตุลาคม 2027 การสมัคร ESU ไม่ได้ปิดทางอัปเกรดเป็น Windows 11 ภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Windows 11 เวอร์ชันล่าสุดตอนนี้คือเวอร์ชันอะไร
สำหรับเครื่องทั่วไปคือ 26H2 (Windows 11 2026 Update) ที่ปล่อยเมื่อ 29 กันยายน 2026 และกำลังทยอยปล่อยผ่าน Windows Update ส่วน 26H1 เป็นเวอร์ชันที่มากับเครื่องใหม่บางรุ่นเท่านั้น ติดตั้งบนเครื่องเดิมไม่ได้
อัปเกรด Windows 10 เป็น Windows 11 ฟรีจริงไหม
ฟรีสำหรับเครื่องที่มีไลเซนส์ Windows 10 ถูกต้องและสเปคผ่านข้อกำหนด อัปเกรดผ่าน Windows Update หรือ Installation Assistant ได้เลย ไม่ต้องซื้อคีย์ใหม่
เครื่องไม่มี TPM 2.0 ลง Windows 11 ได้ไหม
ตามข้อกำหนดของ Microsoft ไม่ได้ ก่อนสรุป ให้เช็คใน BIOS/UEFI ก่อนว่ามีฟังก์ชัน TPM (เช่น Intel PTT หรือ AMD fTPM) ที่ปิดอยู่หรือไม่ มีวิธีข้ามข้อกำหนดที่เผยแพร่กันอยู่ แต่ Microsoft ไม่รองรับเครื่องแบบนั้น และอาจไม่ได้รับอัปเดตตามปกติ
ดาวน์โหลด Windows 11 ได้ที่ไหนอย่างปลอดภัย
ที่หน้า microsoft.com/software-download/windows11 เท่านั้น ไฟล์จากที่อื่นอาจถูกดัดแปลง ถ้าดาวน์โหลด ISO มา ตรวจค่า SHA256 ด้วยคำสั่ง Get-FileHash เทียบกับค่าที่ Microsoft แสดงไว้ได้
Windows 11 Home กับ Pro ควรเลือกรุ่นไหน
ใช้งานทั่วไป เล่นเกม ทำงานเอกสาร เลือก Home ก็พอ เลือก Pro ถ้าต้องใช้ BitLocker, Remote Desktop ให้คนอื่นเชื่อมเข้าเครื่อง, Hyper-V, Group Policy หรือเครื่องต้องเข้าระบบขององค์กร
ยังใช้ Windows 10 ต่อได้ไหม ถ้าไม่สมัคร ESU
เครื่องยังเปิดใช้งานได้ แต่ไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยใหม่ จึงเสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้เน็ตแบงก์กิ้งหรือเก็บข้อมูลสำคัญ ถ้ายังไม่พร้อมเปลี่ยน ควรสมัคร ESU ซึ่งมีวิธีแบบไม่เสียเงินด้วยการซิงก์การตั้งค่าผ่าน Windows Backup
- Windows 11 release information – Microsoft Learn
- Windows 11, version 26H2 known issues and notifications – Microsoft Learn
- Windows 11, version 26H1 – Microsoft Support
- Windows 11 specifications and system requirements – Microsoft
- Windows 11 supported Intel processors – Microsoft Learn
- Windows 11 supported AMD processors – Microsoft Learn
- How to use the PC Health Check app – Microsoft Support
- Download Windows 11 – Microsoft
- Get Windows 11 – Microsoft
- Go back to the previous version of Windows – Microsoft Support
- Install Windows updates – Microsoft Support
- Windows 10 Extended Security Updates – Microsoft
- Windows 11 Home – Microsoft Store ประเทศไทย
- Windows 11 Pro – Microsoft Store ประเทศไทย
- Microsoft extends Windows 10 ESU through October 2027 – Pureinfotech
- Windows 11 Home vs. Pro – Windows Central
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูและขั้นตอนอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Windows และภาษาที่ใช้ ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับ Microsoft หรือผู้ผลิตเครื่องอีกครั้งก่อนดำเนินการ