อัปเดต 16 ตุลาคม 2026
ลบไฟล์ไปแล้วอย่าเพิ่งลงโปรแกรมกู้ข้อมูลทันที ให้หยุดใช้ไดรฟ์นั้นก่อน แล้วไล่ดูที่ที่ไฟล์อาจยังอยู่ ได้แก่ Recycle Bin, File History และ Recycle bin ของ OneDrive ถ้าไม่เจอจริง ๆ ค่อยใช้ Windows File Recovery ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีของ Microsoft หรือโปรแกรมอื่นที่เชื่อถือได้ โดยบันทึกไฟล์ที่กู้ได้ลงไดรฟ์อื่นเสมอ
- ยิ่งใช้ไดรฟ์ต่อ ยิ่งเสี่ยงที่พื้นที่ของไฟล์ที่ลบจะถูกเขียนทับ ให้หยุดติดตั้งโปรแกรมหรือดาวน์โหลดลงไดรฟ์นั้น
- เช็คตามลำดับ: Recycle Bin, Previous versions/File History, Recycle bin ของ OneDrive (บัญชีส่วนตัวเก็บ 30 วัน)
- Windows File Recovery (winfr) ฟรีจาก Microsoft Store ใช้ผ่านคำสั่ง และต้องบันทึกผลลงไดรฟ์คนละตัวกับต้นทาง
- ไฟล์ที่ลบบน SSD มักกู้ไม่ได้เพราะ TRIM ส่วนไดรฟ์ที่มีเสียงผิดปกติหรือเครื่องมองไม่เห็น ควรส่งศูนย์กู้ข้อมูล
- ทางที่ได้ผลที่สุดคือมีสำรองข้อมูลก่อนเกิดเรื่อง ตามหลัก 3-2-1
สิ่งแรกที่ต้องทำ: หยุดเขียนข้อมูลลงไดรฟ์นั้น
เวลาลบไฟล์ ระบบไม่ได้ลบเนื้อข้อมูลออกทันที แต่ทำเครื่องหมายว่าพื้นที่ตรงนั้นว่างพร้อมให้ใช้ใหม่ หน้าซัพพอร์ตของ Microsoft อธิบายว่ากิจกรรมใหม่ทุกอย่างบนเครื่องอาจเขียนทับพื้นที่นั้นได้ จึงแนะนำให้ใช้เครื่องน้อยที่สุดหรือหยุดใช้ไปก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสกู้คืน
- หยุดบันทึกไฟล์ใหม่ลงไดรฟ์ที่ไฟล์หายงดดาวน์โหลด งดติดตั้งโปรแกรม งดคัดลอกไฟล์ลงไดรฟ์นั้น ถ้าไฟล์หายจากไดรฟ์ C ให้ใช้เครื่องเท่าที่จำเป็น
- ถ้าเป็นแฟลชไดรฟ์ การ์ดหน่วยความจำ หรือฮาร์ดดิสก์ภายนอก ให้ถอดออกก่อนเก็บไว้จนกว่าจะพร้อมกู้ อย่าถ่ายรูปต่อในการ์ดที่รูปหาย
- อย่าฟอร์แมต อย่าสร้างพาร์ทิชันใหม่แม้ Windows จะขึ้นข้อความให้ฟอร์แมตไดรฟ์ก่อนใช้ ให้กดยกเลิก Microsoft ระบุว่าการสร้างพาร์ทิชันใหม่หลังข้อมูลหายจะลดโอกาสกู้คืน
- เตรียมไดรฟ์ปลายทางอีกตัวเช่น ฮาร์ดดิสก์ภายนอกหรือแฟลชไดรฟ์ที่มีพื้นที่พอ สำหรับเก็บไฟล์ที่กู้ได้
ถ้าไฟล์หายจากไดรฟ์ D ให้ติดตั้งโปรแกรมไว้ที่ C หรือใช้เวอร์ชันพกพาจากแฟลชไดรฟ์ ถ้าหายจากไดรฟ์ C และเครื่องมีไดรฟ์เดียว ทางที่ปลอดภัยกว่าคือถอดไดรฟ์ไปต่อกับอีกเครื่องแล้วกู้จากเครื่องนั้น
ดูใน Recycle Bin ก่อน
ไฟล์ที่ลบด้วยปุ่ม Delete หรือคลิกขวา > Delete ใน File Explorer จะไปอยู่ใน Recycle Bin ก่อน ดับเบิลคลิกไอคอน Recycle Bin บนเดสก์ท็อป ใช้ช่องค้นหามุมขวาบนพิมพ์ชื่อไฟล์ หรือเรียงตามคอลัมน์ Date Deleted เพื่อหาไฟล์ที่เพิ่งลบ เจอแล้วคลิกขวาเลือก Restore ไฟล์จะกลับไปที่โฟลเดอร์เดิม
ไฟล์จะไม่ผ่าน Recycle Bin ในกรณีเหล่านี้: ลบด้วย Shift + Delete, ลบจากแฟลชไดรฟ์หรือการ์ดหน่วยความจำ, ลบผ่านคำสั่งใน Command Prompt หรือไฟล์ใหญ่เกินขนาดที่ Recycle Bin รับได้ กรณีเหล่านี้ให้ข้ามไปหัวข้อถัดไป
กู้จาก File History และ Previous versions
File History คือระบบสำรองไฟล์ในตัว Windows ที่คัดลอกไฟล์ในโฟลเดอร์ผู้ใช้ไปเก็บในไดรฟ์ภายนอกหรือตำแหน่งในเครือข่ายเป็นระยะ ถ้าเคยเปิดไว้ จะเรียกไฟล์ที่ลบหรือไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้าคืนได้ วิธีนี้ใช้ได้ทั้งไฟล์ที่ลบไปแล้ว และไฟล์ที่ถูกบันทึกทับจนเนื้อหาเก่าหายไป
- เสียบไดรฟ์ที่ใช้เก็บ File Historyถ้าเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ภายนอก ต้องต่อไว้ก่อน
- เปิดโฟลเดอร์ที่ไฟล์เคยอยู่ใน File Explorer ไปที่โฟลเดอร์ต้นทางของไฟล์ (ถ้าเป็นโฟลเดอร์ระดับบนสุดของไดรฟ์ ให้คลิกขวาที่ไดรฟ์แทน)
- คลิกขวาที่โฟลเดอร์ เลือก Restore previous versionsแท็บ Previous Versions จะแสดงรายการเวอร์ชันตามวันที่ เลือกวันที่ที่ไฟล์ยังอยู่ เช่น ลบวันนี้ให้เลือกของเมื่อวาน
- เปิดดูก่อนกู้กดลูกศรข้างปุ่ม Open แล้วเลือก Open in File History เพื่อเปิดดูเนื้อหาในเวอร์ชันนั้น
- เลือก Restore to… แทน Restoreการกด Restore ตรง ๆ จะเขียนทับไฟล์ปัจจุบันและย้อนกลับไม่ได้ เลือก Restore to… เพื่อบันทึกไปที่โฟลเดอร์อื่นจะปลอดภัยกว่า
ไฟล์ที่อยู่ใน Library ให้คลิกขวาที่ตำแหน่งจริงของไฟล์ ไม่ใช่ในมุมมอง Library ถ้าแท็บ Previous Versions บอกว่าไม่มีเวอร์ชันก่อนหน้า แปลว่ายังไม่เคยตั้ง File History ไว้ วิธีเปิดใช้สำหรับครั้งต่อไป: ต่อไดรฟ์ภายนอก เปิด Control Panel > System and Security แล้วเลือก Save backup copies of your files with File History จากนั้นกด Turn on
ไฟล์ใน OneDrive: กู้จาก Recycle bin บนเว็บ
ถ้าไฟล์อยู่ในโฟลเดอร์ที่ซิงก์กับ OneDrive เช่น Desktop, Documents หรือ Pictures ที่เปิดสำรองขึ้น OneDrive ไว้ การลบในเครื่องจะทำให้ไฟล์บนคลาวด์หายตามไปด้วย แต่ OneDrive มี Recycle bin ของตัวเอง
- ลองดู Recycle Bin ในเครื่องก่อนไฟล์ที่ลบจากโฟลเดอร์ OneDrive บนเครื่องมักอยู่ใน Recycle Bin ของ Windows ด้วย ยกเว้นไฟล์แบบออนไลน์อย่างเดียว (online-only) และไฟล์ที่ลบจากบนเว็บ
- เข้า onedrive.com แล้วล็อกอินใช้บัญชีเดียวกับที่ซิงก์ในเครื่อง
- เลือก Recycle bin ในแถบด้านซ้ายติ๊กไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ แล้วกด Restore
| ประเภทบัญชี | ไฟล์อยู่ใน Recycle bin นานเท่าไร |
|---|---|
| บัญชี Microsoft ส่วนตัว | ลบอัตโนมัติหลัง 30 วัน |
| บัญชีที่ทำงานหรือสถานศึกษา | ลบอัตโนมัติหลัง 93 วัน เว้นแต่ผู้ดูแลระบบตั้งค่าไว้ต่างจากนี้ |
ไฟล์ใน Personal Vault จะแสดงใน Recycle bin ก็ต่อเมื่อปลดล็อก Personal Vault ก่อน
Windows File Recovery (winfr) โปรแกรมกู้ข้อมูลฟรีของ Microsoft
Windows File Recovery เป็นเครื่องมือฟรีของ Microsoft สำหรับ Windows 11 และ Windows 10 กู้ไฟล์ที่ลบจากไดรฟ์ในเครื่อง ฮาร์ดดิสก์ภายนอก แฟลชไดรฟ์ และการ์ดหน่วยความจำ แต่ไม่รองรับคลาวด์หรือโฟลเดอร์แชร์ในเครือข่าย ไม่มีหน้าจอแบบคลิก ต้องพิมพ์คำสั่ง ซึ่งไม่ยากถ้าทำตามตัวอย่าง
Windows 10 สิ้นสุดการสนับสนุนเมื่อ 14 ตุลาคม 2025 หน้าซัพพอร์ตของโปรแกรมยังระบุ Windows 10 ไว้ แต่ถ้ายังใช้ Windows 10 อยู่ อ่านทางเลือกต่อได้ใน บทความ Windows 10
ติดตั้งและเปิดใช้
- ติดตั้งจาก Microsoft Storeค้นหา Windows File Recovery ใน Microsoft Store (ผู้พัฒนาคือ Microsoft Corporation) แล้วกด Get
- เปิดโปรแกรมจากเมนู Startพิมพ์ Windows File Recovery แล้วเปิด ระบบจะถามสิทธิ์ ให้กด Yes จะได้หน้าต่าง Command Prompt พร้อมใช้
- เช็คระบบไฟล์ของไดรฟ์ต้นทางคลิกขวาที่ไดรฟ์ใน File Explorer เลือก Properties ดูช่อง File system ว่าเป็น NTFS, FAT32 หรือ exFAT เพื่อเลือกโหมดให้ถูก
รูปแบบคำสั่ง
winfr ไดรฟ์ต้นทาง: ไดรฟ์ปลายทาง: [/โหมด] [/ตัวเลือก]
- ไดรฟ์ต้นทางกับปลายทางต้องเป็นคนละไดรฟ์ ถ้าเครื่องมีไดรฟ์เดียวให้ใช้แฟลชไดรฟ์หรือไดรฟ์ภายนอกเป็นปลายทาง
- ต้องมีเครื่องหมาย : หลังตัวอักษรไดรฟ์ และเว้นวรรคระหว่างต้นทางกับปลายทาง
- ไฟล์ที่กู้ได้จะอยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ
Recovery_วันที่และเวลาที่สร้างขึ้นเองบนไดรฟ์ปลายทาง - ใช้
/nตามด้วยชื่อไฟล์ พาธ หรือนามสกุล เพื่อกรองเฉพาะไฟล์ที่ต้องการ ไม่อย่างนั้นจะได้ไฟล์ระบบปนมาจำนวนมาก โดยเฉพาะจากไดรฟ์ C ที่ Windows สร้างและลบไฟล์อยู่ตลอด - โปรแกรมจะถามยืนยันก่อนเริ่ม พิมพ์ Y เพื่อเริ่ม และกด Ctrl + C ถ้าต้องการหยุดกลางคัน
เลือกโหมดให้ตรงกับสถานการณ์
| ระบบไฟล์ | สถานการณ์ | โหมดที่แนะนำ |
|---|---|---|
| NTFS | เพิ่งลบไม่นาน | /regular |
| NTFS | ลบไปนานแล้ว | /extensive |
| NTFS | หลังฟอร์แมตไดรฟ์ | /extensive |
| NTFS | ไดรฟ์เสียหาย | /extensive |
| FAT, exFAT | ทุกกรณี | /extensive |
ไดรฟ์ในคอม (SSD และฮาร์ดดิสก์) ฮาร์ดดิสก์ภายนอก และแฟลชไดรฟ์ขนาดเกิน 4 GB ส่วนใหญ่เป็น NTFS ส่วนการ์ด SD และแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กมักเป็น FAT หรือ exFAT ถ้าไม่แน่ใจ Microsoft แนะนำให้เริ่มจาก /regular ก่อน ไม่เจอค่อยลอง /extensive ซึ่งสแกนละเอียดกว่าแต่ใช้เวลานานกว่ามาก
ตัวอย่างคำสั่ง
ตัวอย่างด้านล่างดัดแปลงจากหน้าซัพพอร์ตของ Microsoft ให้เปลี่ยน somchai เป็นชื่อผู้ใช้ Windows ของคุณ (ดูรายชื่อได้โดยพิมพ์ C:\Users ในช่องที่อยู่ของ File Explorer)
| ต้องการ | คำสั่ง |
|---|---|
| กู้ทั้งโฟลเดอร์ Documents จากไดรฟ์ C ไปเก็บที่ไดรฟ์ E | winfr C: E: /regular /n \Users\somchai\Documents\ |
| กู้เฉพาะไฟล์ PDF และ Word | winfr C: E: /regular /n *.pdf /n *.docx |
| กู้ไฟล์ที่ชื่อมีคำว่า invoice จากไดรฟ์ E ไปเก็บที่ C | winfr E: C: /extensive /n *invoice* |
| กู้รูป JPEG และ PNG ในโฟลเดอร์ Pictures | winfr C: E: /extensive /n \Users\somchai\Pictures\*.JPEG /n \Users\somchai\Pictures\*.PNG |
| ชื่อไฟล์มีเว้นวรรค ให้ใส่เครื่องหมายคำพูด | winfr C: E: /regular /n "\Users\somchai\Documents\Quarterly Statement.docx" |
แปลว่าเลือกไดรฟ์ต้นทางกับปลายทางเป็นตัวเดียวกัน ให้เปลี่ยนปลายทางเป็นไดรฟ์อื่น ส่วนไฟล์ที่กู้จาก Recycle Bin แล้วขึ้นชื่อแบบ $files.xxx ในโฟลเดอร์ $RECYCLE.BIN เป็นเรื่องปกติของโหมด NTFS ให้เปิดดูเนื้อหาแล้วเปลี่ยนชื่อเอง
โปรแกรมกู้ข้อมูลอื่นที่เชื่อถือได้
ถ้าไม่ถนัดพิมพ์คำสั่ง หรือ winfr หาไฟล์ไม่เจอ มีโปรแกรมที่ใช้กันแพร่หลายและดาวน์โหลดได้จากเว็บผู้พัฒนาโดยตรง ข้อมูลในตารางสรุปจากหน้าเว็บทางการของแต่ละโปรแกรม
| โปรแกรม | ระบบ | ราคา | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| Recuva (ccleaner.com/recuva) | Windows | มีเวอร์ชันฟรี และ Pro แบบเสียเงิน | มีหน้าจอแบบคลิก มีโหมดสแกนลึก กู้จากการ์ดหน่วยความจำ ไดรฟ์ภายนอก และแฟลชไดรฟ์ได้ |
| PhotoRec (cgsecurity.org) | Windows, macOS, Linux และอื่น ๆ | ฟรี โอเพนซอร์ส (GPL) | ไม่พึ่งระบบไฟล์ จึงใช้ได้แม้ไดรฟ์ถูกฟอร์แมตหรือระบบไฟล์เสียหายหนัก อ่านไดรฟ์ต้นทางแบบอ่านอย่างเดียว |
| TestDisk (cgsecurity.org) | Windows, macOS, Linux และอื่น ๆ | ฟรี โอเพนซอร์ส (GPL) | เน้นกู้พาร์ทิชันที่หายและซ่อมไดรฟ์ที่บูตไม่ขึ้นจากปัญหาซอฟต์แวร์ กู้ไฟล์ที่ลบบน FAT, exFAT, NTFS และ ext2 ได้ |
| Disk Drill (cleverfiles.com) | Windows, macOS | มีเวอร์ชันฟรีจำกัดความสามารถ และ PRO แบบเสียเงิน | หน้าจอใช้ง่าย สแกนแล้วพรีวิวไฟล์ก่อนตัดสินใจกู้ได้ |
PhotoRec กับ TestDisk มาในชุดดาวน์โหลดเดียวกัน หน้าจอเป็นแบบข้อความ เหมาะกับคนที่อ่านภาษาอังกฤษได้และทำตามคู่มือบนเว็บ cgsecurity.org ส่วนเงื่อนไขของเวอร์ชันฟรี Recuva และ Disk Drill อาจเปลี่ยนได้ ให้ตรวจที่หน้าเว็บทางการก่อนซื้อ
โปรแกรมกู้ข้อมูลต้องได้สิทธิ์เข้าถึงไดรฟ์ทั้งลูก ตัวที่ถูกแก้ไขหรือมาจากเว็บไม่เป็นทางการอาจแฝงมัลแวร์ที่ขโมยหรือเข้ารหัสไฟล์ทั้งเครื่อง ดาวน์โหลดจากเว็บผู้พัฒนาเท่านั้น และไม่ควรให้คนที่ไม่รู้จักรีโมทเข้าเครื่องเพื่อกู้ไฟล์
หลักที่ใช้ร่วมกันทุกโปรแกรม: ติดตั้งโปรแกรมลงไดรฟ์อื่น สแกนไดรฟ์ที่ไฟล์หาย แล้วบันทึกไฟล์ที่กู้ได้ลงไดรฟ์อื่นเสมอ หน้าเว็บของ PhotoRec เองก็เตือนไม่ให้บันทึกไฟล์ที่กู้ได้ลงพาร์ทิชันเดิม เพราะจะไปเขียนทับไฟล์ที่ยังรอกู้
ทำไมกู้ไฟล์จาก SSD ยากกว่า (TRIM)
SSD ใช้คำสั่งที่เรียกว่า TRIM เอกสาร Microsoft Learn อธิบายว่าเป็นการแจ้งอุปกรณ์จัดเก็บว่าพื้นที่ไหนว่างแล้วจากการลบไฟล์ และบนระบบไฟล์ NTFS ฟีเจอร์นี้เปิดเป็นค่าเริ่มต้น เมื่อ SSD ได้รับแจ้ง ตัวควบคุมของ SSD สามารถล้างพื้นที่นั้นไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เขียนครั้งต่อไปได้เร็ว ผลคือไฟล์ที่ลบไปแล้วบน SSD ที่เปิด TRIM มักกู้ด้วยโปรแกรมไม่ได้ หรือได้ไฟล์ที่เปิดไม่ขึ้น หน้าซัพพอร์ตของ Microsoft ก็ระบุว่าพื้นที่ว่างอาจถูกเขียนทับไปแล้ว โดยเฉพาะบน SSD
ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องเปิด TRIM อยู่ไหม เปิด Terminal แบบผู้ดูแลระบบ แล้วพิมพ์
fsutil behavior query DisableDeleteNotify
ถ้าผลลัพธ์เป็น 0 แปลว่า TRIM เปิดอยู่ ซึ่งเป็นค่าปกติ ไม่ควรปิดเพื่อหวังกู้ไฟล์ เพราะไม่ช่วยไฟล์ที่ลบไปแล้ว
สรุปสำหรับผู้ใช้ SSD: Recycle Bin, File History, OneDrive และ Previous versions คือทางที่มีโอกาสสำเร็จสูงสุด ส่วนโปรแกรมกู้ข้อมูลยังลองได้ แต่อย่าคาดหวังสูง ถ้าไม่แน่ใจว่าเครื่องใช้ SSD หรือฮาร์ดดิสก์ ดูวิธีตรวจใน วิธีเช็คสเปคคอม
ไดรฟ์เสียทางกายภาพ: ส่งศูนย์กู้ข้อมูล
โปรแกรมกู้ข้อมูลใช้ได้กับไดรฟ์ที่ยังทำงานปกติ ถ้าไดรฟ์มีอาการต่อไปนี้ ให้หยุดใช้ทันที เพราะการเปิดสแกนซ้ำ ๆ อาจทำให้เสียหายหนักขึ้นจนกู้ไม่ได้
- ฮาร์ดดิสก์มีเสียงคลิก ขูด หรือหมุนขึ้นแล้วหยุดซ้ำ ๆ
- เครื่องมองไม่เห็นไดรฟ์ หรือเห็นแต่ขนาดผิด เช่น 0 GB
- เปิดโฟลเดอร์แล้วค้างนานผิดปกติ หรือคัดลอกไฟล์แล้วเกิดข้อผิดพลาดบ่อย
- ไดรฟ์ตก โดนน้ำ หรือไฟกระชากมาก่อนข้อมูลหาย
กรณีนี้ควรส่งศูนย์กู้ข้อมูลที่มีห้องปลอดฝุ่นและบอกขั้นตอนชัดเจน ก่อนส่งให้สอบถามว่าประเมินราคาก่อนเริ่มงานหรือไม่ คิดเงินเมื่อกู้ได้หรือคิดค่าตรวจ และจัดการข้อมูลส่วนตัวอย่างไร อย่าเปิดฝาฮาร์ดดิสก์เอง ฝุ่นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้จานแม่เหล็กเสียหายได้
ถ้าปัญหาอยู่ที่ตัวเครื่อง ไม่ใช่ไดรฟ์ ไฟล์มักยังอยู่ครบ ให้ไล่อาการตาม คอมเปิดไม่ติด ก่อน หรือถอดไดรฟ์ไปต่อกับอีกเครื่องผ่านกล่องต่อ USB ถ้าเปิด BitLocker ไว้ ต้องใช้ Recovery key ถึงจะอ่านไดรฟ์บนเครื่องอื่นได้
ป้องกันไว้ก่อน: สำรองข้อมูลแบบ 3-2-1
โปรแกรมกู้ข้อมูลทุกตัวไม่รับประกันผล ทางที่แน่นอนกว่าคือมีสำเนาก่อนเกิดเรื่อง หลักที่ใช้กันทั่วไปเรียกว่า 3-2-1
| ตัวเลข | หมายถึง | ตัวอย่างสำหรับคนทั่วไป |
|---|---|---|
| 3 | มีข้อมูลอย่างน้อย 3 ชุด (ตัวจริง 1 + สำรอง 2) | ไฟล์ในเครื่อง, สำเนาในฮาร์ดดิสก์ภายนอก, สำเนาบนคลาวด์ |
| 2 | เก็บบนสื่อต่างกันอย่างน้อย 2 แบบ | SSD ในเครื่อง และฮาร์ดดิสก์ภายนอก |
| 1 | มีอย่างน้อย 1 ชุดเก็บไว้นอกสถานที่ | OneDrive, Google Drive หรือไดรฟ์ที่ฝากไว้อีกบ้าน |
- เปิด File History กับฮาร์ดดิสก์ภายนอก แล้วเสียบไดรฟ์ตามรอบที่สะดวก เช่น ทุกสัปดาห์
- ใช้คลาวด์ซิงก์โฟลเดอร์ทำงาน แต่จำไว้ว่าการซิงก์ไม่ใช่การสำรองที่สมบูรณ์ ลบในเครื่องแล้วบนคลาวด์ก็หายตาม มีเพียง Recycle bin ช่วยในระยะเวลาจำกัด
- ถอดไดรฟ์สำรองออกเมื่อสำรองเสร็จ เพื่อไม่ให้โดนมัลแวร์เรียกค่าไถ่หรือไฟกระชากไปพร้อมกับเครื่อง
- ลองเปิดไฟล์จากชุดสำรองเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่ากู้คืนได้จริง
- ก่อน ลง Windows ใหม่ หรือส่งเครื่องซ่อม สำรองข้อมูลทุกครั้ง
ผู้ใช้ Mac: กู้จาก Time Machine
บน Mac ระบบสำรองในตัวคือ Time Machine ซึ่งสำรองลงไดรฟ์ภายนอกให้อัตโนมัติ ถ้าเปิดไว้ก่อนไฟล์หาย ให้เสียบไดรฟ์สำรอง เปิดหน้าต่าง Finder ของโฟลเดอร์ที่ไฟล์เคยอยู่ แล้วเปิด Time Machine จาก Spotlight (อยู่ในโฟลเดอร์ Other) ใช้ลูกศรเลื่อนดูย้อนหลังจนเจอไฟล์ เลือกแล้วกด Restore ไฟล์จะกลับไปที่ตำแหน่งเดิม หลายแอปยังมีเมนู File > Revert To > Browse All Versions ให้เรียกเวอร์ชันก่อนหน้าของเอกสารได้ ถ้าไม่เคยเปิด Time Machine ไว้ ทางเลือกคือโปรแกรมที่รองรับ macOS เช่น PhotoRec หรือ Disk Drill โดยมีข้อจำกัดเรื่อง SSD เหมือนฝั่ง Windows
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมกู้ข้อมูลฟรีที่ปลอดภัยมีตัวไหนบ้าง
Windows File Recovery ของ Microsoft ติดตั้งฟรีจาก Microsoft Store ส่วน PhotoRec และ TestDisk เป็นโอเพนซอร์สจาก cgsecurity.org และ Recuva มีเวอร์ชันฟรีจาก ccleaner.com ดาวน์โหลดจากเว็บทางการเท่านั้น
ลบไฟล์ด้วย Shift + Delete กู้ได้ไหม
มีโอกาสกู้ได้ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์และยังไม่มีข้อมูลใหม่เขียนทับ ให้หยุดใช้ไดรฟ์แล้วลอง Windows File Recovery หรือ Recuva ถ้าเป็น SSD ที่เปิด TRIM โอกาสต่ำมาก ให้ลอง File History หรือ OneDrive ก่อน
ฟอร์แมตไดรฟ์ไปแล้ว ยังกู้ไฟล์ได้ไหม
เป็นไปได้ถ้ายังไม่ได้เขียนข้อมูลใหม่ลงไป Microsoft แนะนำโหมด /extensive สำหรับกรณีหลังฟอร์แมต และ PhotoRec ก็ออกแบบมาให้ทำงานได้แม้ไดรฟ์ถูกฟอร์แมต แต่ถ้าเป็น SSD โอกาสจะลดลงมาก
กู้ไฟล์ที่ลบไปนานหลายเดือนได้ไหม
ขึ้นกับว่าใช้ไดรฟ์นั้นมากแค่ไหนหลังลบ ยิ่งนานและยิ่งใช้งานหนัก พื้นที่ก็ยิ่งถูกเขียนทับ ถ้าเคยเปิด File History หรือใช้ OneDrive ไว้ ให้ดูที่นั่นก่อน (Recycle bin ของ OneDrive บัญชีส่วนตัวเก็บแค่ 30 วัน) สำหรับ winfr ให้ใช้โหมด /extensive
กู้ไฟล์ได้แต่เปิดไม่ขึ้น เกิดจากอะไร
ข้อมูลบางส่วนของไฟล์ถูกเขียนทับไปแล้ว โปรแกรมจึงได้ไฟล์ที่ไม่สมบูรณ์ ลองกู้ด้วยโหมดหรือโปรแกรมอื่น เช่น โหมด /extensive ของ winfr หรือ PhotoRec ถ้ายังเปิดไม่ได้ มักแปลว่าไฟล์นั้นกู้ไม่ได้แล้ว
ส่งร้านกู้ข้อมูลเมื่อไร
เมื่อไดรฟ์มีเสียงผิดปกติ เครื่องมองไม่เห็นไดรฟ์ ไดรฟ์ตกหรือโดนน้ำ หรือเป็นข้อมูลสำคัญมากที่ไม่อยากเสี่ยงลองเอง ในกรณีนี้อย่าสแกนซ้ำหลายรอบ ให้ปิดเครื่องแล้วส่งศูนย์กู้ข้อมูล
- Microsoft Support: Windows File Recovery
- Microsoft Support: Backup and restore with File History
- Microsoft Support: Restore deleted files or folders in OneDrive
- Microsoft Learn: fsutil behavior (DisableDeleteNotify)
- Recuva (เว็บทางการ)
- CGSecurity: PhotoRec
- CGSecurity: TestDisk
- Disk Drill (เว็บทางการ)
- Techgage: Too TRIM? When SSD Data Recovery is Impossible
- Apple Support: Restore items backed up with Time Machine
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป เมนูและตัวเลือกอาจต่างกันตามเวอร์ชันของ Windows และโปรแกรม เงื่อนไขเวอร์ชันฟรีของแต่ละโปรแกรมอาจเปลี่ยนได้ ให้ตรวจกับเว็บผู้พัฒนาก่อนใช้งาน และการกู้ข้อมูลไม่มีวิธีไหนรับประกันผลเต็มร้อย