อัปเดต 16 ตุลาคม 2026
วิธีล้างเครื่อง Windows 11 ที่ง่ายที่สุดคือใช้ Reset this PC ใน Settings > System > Recovery แล้วกด Reset PC เลือกได้ว่าจะเก็บไฟล์ส่วนตัวไว้ (Keep my files) หรือลบทุกอย่าง (Remove everything) โดยไม่ต้องใช้แผ่นหรือ USB ส่วน Windows 10 อยู่ที่ Settings > Update & Security > Recovery ก่อนเริ่มต้องสำรองข้อมูลและเก็บ BitLocker recovery key ไว้ให้เรียบร้อย
- Keep my files ลงวินโดวส์ใหม่ เก็บเอกสาร รูป และไฟล์ส่วนตัว แต่ลบโปรแกรมและการตั้งค่า
- Remove everything ลบไฟล์ โปรแกรม และการตั้งค่าทั้งหมด เหมาะกับการขายหรือส่งต่อเครื่อง
- Cloud download โหลด Windows ชุดใหม่จาก Microsoft ส่วน Local reinstall ใช้ไฟล์ในเครื่อง ไม่ต้องดาวน์โหลด
- เครื่องที่เข้ารหัสด้วย BitLocker หรือ Device encryption ต้องมี recovery key ก่อนล้าง ดูได้ที่ aka.ms/myrecoverykey
- ถ้าเข้า Windows ไม่ได้ ล้างจาก Windows RE หรือลงใหม่ด้วย USB แทน
ล้างเครื่อง format และรีเซ็ต ต่างกันอย่างไร
คำว่า “ล้างเครื่อง” “format คอม” และ “รีเซ็ตเครื่อง” คนไทยใช้ปนกัน แต่ในทางเทคนิคมีสองแบบหลัก
| วิธี | ต้องใช้อะไร | ผลลัพธ์ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Reset this PC (Keep my files) | ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม | ลง Windows ใหม่ เก็บไฟล์ส่วนตัว ลบโปรแกรมและการตั้งค่า | เครื่องช้า มีปัญหาระบบ แต่ไม่อยากย้ายไฟล์ |
| Reset this PC (Remove everything) | ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม | ลบไฟล์ โปรแกรม การตั้งค่าทั้งหมด แล้วลง Windows ใหม่ | ขายเครื่อง ส่งต่อ หรือต้องการเริ่มใหม่หมด |
| Clean install ด้วย USB | แฟลชไดรฟ์ 8 GB ขึ้นไป | ลบพาร์ทิชันเดิมแล้วลงใหม่ ไม่มีโปรแกรมจากผู้ผลิตติดมา | เปลี่ยน SSD เครื่องติดไวรัสหนัก หรือ Reset ไม่สำเร็จ |
สำหรับคนส่วนใหญ่ Reset this PC เพียงพอและปลอดภัยกว่า เพราะไม่ต้องยุ่งกับ BIOS หรือพาร์ทิชัน ถ้าเครื่องแค่ช้า ลองไล่หาสาเหตุก่อนก็ได้ บางครั้งไม่ต้องล้างเครื่องเลย
สิ่งที่ต้องทำก่อนล้างเครื่อง
แม้จะเลือก Keep my files ก็ควรสำรองข้อมูลไว้ก่อน Microsoft เองแนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนรีเซ็ต เพราะมีโอกาสข้อมูลหายได้ เช็คลิสต์ต่อไปนี้ใช้เวลาไม่นานแต่กันปัญหาได้มาก
- สำรองไฟล์สำคัญคัดลอกโฟลเดอร์ Documents, Pictures, Desktop, Downloads และไฟล์งานไปไว้ในฮาร์ดดิสก์ภายนอกหรือคลาวด์ เช่น OneDrive อย่าลืมไฟล์ที่เก็บไว้นอกโฟลเดอร์ผู้ใช้ เช่น ไดรฟ์ C ตรง ๆ
- จดรายชื่อโปรแกรมหลังรีเซ็ตโปรแกรมที่ลงเองจะหายทั้งหมด ให้จดชื่อโปรแกรมและเตรียมไฟล์ติดตั้งหรือรหัสไลเซนส์ไว้
- เช็คบัญชีและรหัสผ่านรู้รหัสผ่านบัญชี Microsoft ที่ใช้กับเครื่อง ส่งออกรหัสผ่านที่บันทึกในเบราว์เซอร์ หรือเปิดซิงก์กับบัญชีของเบราว์เซอร์ไว้
- เก็บ BitLocker recovery keyอ่านรายละเอียดในหัวข้อถัดไป ขั้นนี้สำคัญที่สุด
- ออกจากระบบโปรแกรมที่จำกัดจำนวนเครื่องโปรแกรมบางตัวนับจำนวนเครื่องที่ activate ให้ deactivate ก่อน จะได้ไม่เสียสิทธิ์
- ต่อไฟและอินเทอร์เน็ตการรีเซ็ตใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่สิบนาทีจนถึงหลายชั่วโมง ถ้าใช้ Cloud download ต้องมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียร
Windows 11 และ Windows 10 มีแอป Windows Backup ที่สำรองโฟลเดอร์ การตั้งค่า และรายชื่อแอปขึ้นบัญชี Microsoft ได้ แต่พื้นที่ OneDrive ฟรีมีจำกัด ไฟล์ใหญ่ ๆ อย่างวิดีโอควรคัดลอกลงฮาร์ดดิสก์ภายนอกแยกไว้อีกชุด
BitLocker recovery key เรื่องที่ห้ามข้าม
เครื่องรุ่นใหม่จำนวนมากเปิดการเข้ารหัสไดรฟ์ไว้ตั้งแต่ออกจากโรงงาน ทั้ง BitLocker ในรุ่น Pro และ Device encryption ในบางเครื่องรุ่น Home เจ้าของเครื่องหลายคนไม่รู้ตัวว่าเปิดอยู่ หน้าช่วยเหลือของ Microsoft ระบุว่าถ้าเครื่องเข้ารหัสอยู่ ต้องมี recovery key ไว้ก่อนรีเซ็ต โดยเฉพาะเมื่อรีเซ็ตจาก Windows RE ระบบจะถามคีย์นี้ ถ้าไม่มีคีย์ อาจเข้าไดรฟ์ไม่ได้และต้องลบทุกอย่างแล้วเริ่มใหม่
หา recovery key ได้จากที่ไหน
- บัญชี Microsoft เปิดเว็บ
aka.ms/myrecoverykeyจากอุปกรณ์อื่น ลงชื่อเข้าบัญชีเดียวกับที่ใช้ในเครื่อง แล้วดูคีย์ที่ Key ID ตรงกับที่หน้าจอแสดง - กระดาษที่พิมพ์ไว้ ถ้าเคยพิมพ์คีย์ตอนเปิด BitLocker
- แฟลชไดรฟ์ ถ้าเคยบันทึกคีย์เป็นไฟล์ข้อความ
- บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน ถ้าเครื่องเป็นของบริษัท ให้ติดต่อฝ่ายไอที
ใน Windows 11 ดูที่ Settings > Privacy & security > Device encryption หรือค้นคำว่า BitLocker ในช่องค้นหาของเมนู Start ถ้าสถานะเปิดอยู่ ให้เข้า aka.ms/myrecoverykey แล้วจดคีย์ 48 หลักเก็บไว้นอกเครื่องก่อนเริ่มล้าง
วิธีล้างเครื่อง Windows 11 ด้วย Reset this PC
- เปิดหน้า Recoveryกด Win + I เพื่อเปิด Settings แล้วไปที่ System > Recovery
- กด Reset PCในส่วน Recovery options ตรงบรรทัด Reset this PC กดปุ่ม Reset PC
- เลือก Keep my files หรือ Remove everythingKeep my files เก็บไฟล์ส่วนตัวไว้ Remove everything ลบทั้งหมด ถ้าจะขายหรือส่งต่อเครื่องให้เลือกแบบหลัง
- เลือกวิธีลง Windows ใหม่Cloud download จะดาวน์โหลด Windows ชุดใหม่ที่รวมอัปเดตล่าสุด Local reinstall ใช้ไฟล์ที่อยู่ในเครื่อง ไม่ต้องดาวน์โหลด แต่อาจไม่ได้อัปเดตล่าสุด
- ตรวจ Additional settingsกด Change settings เพื่อปรับตัวเลือกเพิ่มเติม ดูรายละเอียดในตารางด้านล่าง
- ยืนยันและเริ่มรีเซ็ตระบบจะสรุปสิ่งที่จะเกิดขึ้น กด Next แล้วกด Reset เครื่องจะรีสตาร์ทและทำงานเอง
- รอให้เสร็จโดยไม่ปิดเครื่องหน้าจออาจดำนานเกิน 15 นาทีในบางช่วง Microsoft เตือนว่าการปิดหรือรีสตาร์ทเองระหว่างนี้อาจทำให้รีเซ็ตล้มเหลว
Cloud download หรือ Local reinstall เลือกแบบไหนดี
| ตัวเลือก | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| Cloud download | ได้ Windows ชุดใหม่พร้อมอัปเดตล่าสุด ใช้ได้แม้ไฟล์ระบบในเครื่องเสีย | ต้องดาวน์โหลดหลายกิกะไบต์ ใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร |
| Local reinstall | ไม่ต้องดาวน์โหลด เหมาะกับเน็ตช้าหรือจำกัดปริมาณ | ใช้ไฟล์ที่มีในเครื่อง ถ้าไฟล์ระบบเสียอาจรีเซ็ตไม่สำเร็จ และต้องอัปเดตต่อเองหลังเสร็จ |
ถ้าเลือก Local reinstall แล้วรีเซ็ตไม่ผ่าน ให้ลองใหม่ด้วย Cloud download เป็นทางแรก
ตัวเลือกใน Additional settings
| ตัวเลือก | อยู่ในโหมด | ผล |
|---|---|---|
| Restore preinstalled apps | Keep my files | คืนแอปและการปรับแต่งที่ผู้ผลิตเครื่องติดตั้งมาให้ |
| Clean data | Remove everything | ลบไฟล์และล้างข้อมูลบนไดรฟ์ ทำให้กู้ข้อมูลคืนได้ยากขึ้น ใช้เวลานานกว่า |
| Delete files from all drives | Remove everything (ถ้าเครื่องมีหลายไดรฟ์) | ลบข้อมูลในไดรฟ์อื่นด้วย ไม่ใช่แค่ไดรฟ์ที่ลง Windows |
ถ้าจะขายหรือให้คนอื่น ให้เลือก Remove everything และเปิด Clean data ไว้ด้วย เพื่อลดโอกาสที่คนอื่นจะกู้ไฟล์เก่าคืน แต่ Microsoft ระบุว่าฟังก์ชันนี้ไม่ได้ผ่านมาตรฐานการลบข้อมูลของภาครัฐหรืออุตสาหกรรม ข้อมูลที่อ่อนไหวมากควรใช้วิธีลบข้อมูลที่ได้มาตรฐานเพิ่มเติม
วิธีรีเซ็ตเครื่อง Windows 10
ตัวเลือกใน Windows 10 แทบเหมือน Windows 11 ต่างแค่ที่อยู่ของเมนู
- เปิดหน้า Recoveryกด Win + I แล้วไปที่ Update & Security > Recovery
- กด Get startedใต้หัวข้อ Reset this PC
- เลือก Keep my files หรือ Remove everythingแล้วเลือก Cloud download หรือ Local reinstall
- ตรวจตัวเลือกเพิ่มเติมแล้วกด Resetรอจนเครื่องรีสตาร์ทและตั้งค่าเสร็จ
หลังรีเซ็ต Windows 10 เครื่องจะได้รับแพตช์ความปลอดภัยต่อก็ต่อเมื่อลงทะเบียน ESU ซึ่งมีถึง 12 ตุลาคม 2027 ถ้าเครื่องผ่านสเปค Windows 11 อาจถือโอกาสนี้อัปเกรดไปเลย อ่านสถานะล่าสุดได้ที่ Windows 10 ปี 2026
ล้างเครื่องตอนเข้า Windows ไม่ได้
ถ้าเปิดเครื่องแล้วเข้า Windows ไม่ได้ หรือลืมรหัสผ่าน ยังรีเซ็ตได้จาก Windows Recovery Environment (Windows RE) วิธีเข้ามีหลายทาง
- จากหน้าลงชื่อเข้าใช้หรือเมนู Start กดปุ่ม Power ค้างปุ่ม Shift ไว้แล้วเลือก Restart
- จาก Settings Windows 11 ไปที่ System > Recovery ส่วน Windows 10 ไปที่ Update & Security > Recovery แล้วกด Restart now ตรง Advanced startup
- เมื่อบูตไม่ขึ้นหลายครั้ง Windows จะเข้า Automatic Repair เอง หรือขัดจังหวะการบูตด้วยปุ่ม Power สองครั้ง ครั้งที่สามจะขึ้นหน้า Automatic Repair ให้เลือก Advanced options
- จาก USB ติดตั้ง บูตจาก USB เลือกภาษา แล้วกด Repair my PC
เมื่อเข้า Windows RE แล้ว เลือก Troubleshoot > Reset this PC แล้วทำตามขั้นตอนเหมือนใน Settings ถ้าเครื่องเข้ารหัสไว้ ระบบจะถาม BitLocker recovery key ตรงนี้ ถ้าเครื่องเปิดไม่ติดเลย ให้ตรวจเรื่องไฟและฮาร์ดแวร์ก่อน
ลง Windows ใหม่ด้วย USB แบบย่อ
ใช้วิธีนี้เมื่อ Reset this PC ทำไม่สำเร็จ เปลี่ยน SSD ใหม่ หรืออยากได้ Windows ที่ไม่มีโปรแกรมจากผู้ผลิตติดมาเลย ทุกอย่างบนไดรฟ์ที่ลงจะถูกลบ
- สร้าง USB ติดตั้งดาวน์โหลด Media Creation Tool จากหน้า ดาวน์โหลด Windows 11 ของ Microsoft ใช้แฟลชไดรฟ์เปล่า 8 GB ขึ้นไป
- บูตจาก USBเสียบ USB แล้วเปิดเครื่อง ใช้ปุ่มเลือกอุปกรณ์บูตหรือเปลี่ยนลำดับใน BIOS/UEFI ปุ่มที่ใช้ต่างกันตามยี่ห้อ
- เลือกภาษาและแป้นพิมพ์จากนั้นเลือก Install Windows 11 และติ๊กยอมรับว่าทุกอย่างจะถูกลบ
- ข้าม product key ถ้าเคย activateเลือก I don’t have a product key แล้วเลือกรุ่นให้ตรงกับของเดิม Windows จะ activate ให้เองถ้าไลเซนส์ผูกกับบัญชี Microsoft หรือฝังอยู่ในเครื่อง
- ลบพาร์ทิชันบน Disk 0เลือกแต่ละพาร์ทิชันของ Disk 0 แล้วกด Delete Partition จนเหลือ Disk 0 Unallocated Space แล้วกด Next อย่าแตะดิสก์อื่น
- กด Install แล้วรอเครื่องจะรีสตาร์ทหลายครั้ง จากนั้นตั้งค่าเริ่มต้นและลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft
รายละเอียดเรื่องสเปคและการดาวน์โหลดอยู่ใน คู่มือ Windows 11
ข้อควรรู้สำหรับโน้ตบุ๊ก
- เสียบสายชาร์จตลอด แบตหมดระหว่างรีเซ็ตอาจทำให้ Windows เสียจนต้องลงใหม่ด้วย USB
- ใช้สายแลนหรือ Wi-Fi ที่เสถียร โดยเฉพาะเมื่อเลือก Cloud download
- แอปของผู้ผลิต โน้ตบุ๊กมักมีแอปควบคุมพัดลม แบตเตอรี่ คีย์ลัด หรือปุ่มฟังก์ชัน ถ้าใช้ Keep my files พร้อม Restore preinstalled apps แอปเหล่านี้จะกลับมา ถ้าลงใหม่ด้วย USB ต้องดาวน์โหลดเองจากเว็บผู้ผลิต
- ระบบกู้คืนของผู้ผลิต บางยี่ห้อมีพาร์ทิชันหรือเครื่องมือกู้คืนเครื่องเป็นของตัวเอง การลบพาร์ทิชันทั้งหมดตอนลงด้วย USB จะทำให้เครื่องมือนั้นหายไป
- ทัชแพดหรือ Wi-Fi ใช้ไม่ได้หลังลงใหม่ มักเป็นเรื่องไดรเวอร์ เตรียมเมาส์ USB ไว้ และดาวน์โหลดไดรเวอร์ Wi-Fi จากเว็บผู้ผลิตเก็บในแฟลชไดรฟ์ล่วงหน้า
- เครื่องของบริษัท โน้ตบุ๊กที่องค์กรจัดการอาจถูกล็อกไม่ให้รีเซ็ต หรือถูกตั้งให้กลับเข้าระบบองค์กรเองหลังรีเซ็ต ควรคุยกับฝ่ายไอทีก่อน
สิ่งที่ควรทำหลังล้างเครื่อง
- อัปเดต Windows ให้ครบเข้า Settings > Windows Update แล้วกด Check for updates ซ้ำจนไม่มีอัปเดตค้าง รวมถึง Optional updates ที่เป็นไดรเวอร์
- ตรวจไดรเวอร์เปิด Device Manager ดูว่ามีอุปกรณ์ที่ขึ้นเครื่องหมายเตือนหรือไม่ ไดรเวอร์การ์ดจอควรดาวน์โหลดจากผู้ผลิตชิปหรือผู้ผลิตเครื่อง
- ตรวจ activationดูที่ Settings > System > Activation ว่า Windows activate แล้ว ถ้ายังไม่ activate ให้รอเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสักพัก หรือใช้ Troubleshoot ในหน้านั้น
- คืนไฟล์จากที่สำรองคัดลอกไฟล์จากฮาร์ดดิสก์ภายนอกกลับ หรือลงชื่อเข้า OneDrive แล้วรอซิงก์
- ลงโปรแกรมที่จำเป็นเท่านั้นดาวน์โหลดจากเว็บทางการหรือ Microsoft Store ลงเฉพาะที่ใช้จริง เครื่องจะเร็วกว่าเดิม
- เก็บ recovery key ใหม่ถ้า BitLocker หรือ Device encryption เปิดขึ้นมาใหม่ คีย์อาจเปลี่ยน ให้เช็คที่ aka.ms/myrecoverykey อีกครั้ง
- ตั้งค่าที่ใช้บ่อยเช่น ความสว่างจอ แผนพลังงาน และการปิดฟีเจอร์ที่ไม่ใช้
ถ้าลืมสำรองไฟล์บางอย่างก่อนล้าง ให้หยุดเขียนข้อมูลลงไดรฟ์นั้นให้มากที่สุด แล้วดู วิธีกู้ไฟล์ที่หาย โอกาสกู้คืนขึ้นอยู่กับว่าเลือกแบบไหนและเปิด Clean data หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ล้างเครื่อง Windows 11 แบบ Keep my files โปรแกรมหายไหม
หาย Keep my files เก็บไว้เฉพาะไฟล์ส่วนตัว เช่น เอกสาร รูป วิดีโอ แต่ลบโปรแกรมที่ลงเองและการตั้งค่าทั้งหมด หลังรีเซ็ตต้องลงโปรแกรมใหม่
รีเซ็ตเครื่องแล้ว Windows ต้อง activate ใหม่ไหม
โดยทั่วไปไม่ต้องทำอะไร Windows จะ activate เองเมื่อต่ออินเทอร์เน็ต เพราะไลเซนส์ผูกกับเครื่องหรือบัญชี Microsoft เช็คได้ที่ Settings > System > Activation
ล้างเครื่องใช้เวลานานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับความเร็วของไดรฟ์ ปริมาณข้อมูล และตัวเลือกที่ใช้ เครื่องที่ใช้ SSD มักเสร็จเร็วกว่าเครื่องที่ใช้ฮาร์ดดิสก์จานหมุนมาก ถ้าเลือก Cloud download ต้องบวกเวลาดาวน์โหลด และถ้าเปิด Clean data จะใช้เวลานานขึ้นอีก ระหว่างนี้อย่าปิดเครื่องเอง
ไม่มี BitLocker recovery key ทำอย่างไร
ลองเข้า aka.ms/myrecoverykey ด้วยบัญชี Microsoft ทุกบัญชีที่อาจเคยใช้กับเครื่อง ถ้าเป็นเครื่องบริษัทให้ถามฝ่ายไอที ถ้าหาไม่เจอจริง ๆ จะเข้าถึงข้อมูลในไดรฟ์ไม่ได้ ทางเดียวคือลบไดรฟ์แล้วลง Windows ใหม่ ข้อมูลเดิมจะหายทั้งหมด
ขายเครื่องควรล้างแบบไหน
เลือก Remove everything และเปิด Clean data ใน Additional settings ก่อนหน้านั้นให้ลงชื่อออกจากบัญชีต่าง ๆ และลบเครื่องออกจากบัญชี Microsoft ที่ account.microsoft.com/devices
รีเซ็ตแล้วเครื่องหายช้าไหม
ถ้าความช้ามาจากโปรแกรมสะสมหรือไฟล์ระบบเสีย มักดีขึ้นชัดเจน แต่ถ้ามาจากฮาร์ดแวร์ เช่น RAM น้อย ฮาร์ดดิสก์จานหมุนเก่า หรือเครื่องร้อนจัด การรีเซ็ตช่วยได้น้อย ควรดูเรื่องอัปเกรดฮาร์ดแวร์แทน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูและขั้นตอนอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Windows ภาษาที่ใช้ และยี่ห้อเครื่อง การล้างเครื่องมีโอกาสทำให้ข้อมูลหาย ควรสำรองข้อมูลก่อนเสมอ และตรวจสอบกับ Microsoft หรือผู้ผลิตเครื่องอีกครั้งก่อนดำเนินการ