อัปเดต 16 ตุลาคม 2026
Windows 10 หมดระยะซัพพอร์ตไปแล้วตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2025 เครื่องยังเปิดใช้ได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้แพตช์ความปลอดภัยฟรีอีก ยกเว้นเครื่องที่ลงทะเบียนโครงการ ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่ง Microsoft ขยายเวลาให้ถึง 12 ตุลาคม 2027 ถ้าจะดาวน์โหลด Windows 10 หรือทำไฟล์ ISO ให้ใช้หน้าดาวน์โหลดของ microsoft.com เท่านั้น
- Windows 10 สิ้นสุดการซัพพอร์ต 14 ตุลาคม 2025 เวอร์ชันสุดท้ายคือ 22H2
- ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไปให้อัปเดตความปลอดภัยต่อถึง 12 ตุลาคม 2027 สมัครได้ฟรีถ้าซิงก์การตั้งค่าเครื่อง หรือใช้ 1,000 คะแนน Microsoft Rewards หรือจ่ายครั้งเดียว 30 ดอลลาร์สหรัฐ
- ดาวน์โหลด Windows 10 ทางการได้จาก microsoft.com/software-download/windows10 ผ่าน Media Creation Tool ซึ่งทำ USB หรือไฟล์ ISO ได้
- เช็คเวอร์ชันด้วยการกด Win + R แล้วพิมพ์
winver - ถ้าเครื่องผ่านสเปค Windows 11 การอัปเกรดฟรีคือทางที่คุ้มที่สุดในระยะยาว
Windows 10 คืออะไร และสถานะในปี 2026
Windows 10 คือระบบปฏิบัติการของ Microsoft ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2015 และเป็นรุ่นที่มีคนใช้มากที่สุดมาเกือบสิบปี ก่อนที่ Windows 11 จะเข้ามาแทน Microsoft ปล่อยเวอร์ชันใหญ่ปีละครั้งหรือสองครั้ง จนมาจบที่เวอร์ชัน 22H2 (Windows 10 2022 Update) ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้าย หลังจากนั้นไม่มีฟีเจอร์ใหม่อีก มีแต่อัปเดตรายเดือนเพื่อแก้ปัญหาและความปลอดภัย
ณ เดือนตุลาคม 2026 สถานะของ Windows 10 สรุปได้ดังนี้
| หัวข้อ | สถานะ |
|---|---|
| วันสิ้นสุดการซัพพอร์ต (Home, Pro และรุ่นทั่วไป) | 14 ตุลาคม 2025 |
| เวอร์ชันสุดท้าย | 22H2 |
| ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป | รับอัปเดตความปลอดภัยถึง 12 ตุลาคม 2027 (ขยายจากเดิม 13 ตุลาคม 2026) |
| อัปเดตความปลอดภัยของแอป Microsoft 365 บน Windows 10 | ถึง 10 ตุลาคม 2028 |
| Office 2021 และ 2024 บน Windows 10 | Microsoft ไม่ซัพพอร์ตแล้ว แต่ยังซัพพอร์ตบน Windows 11 |
| ดาวน์โหลดจาก Microsoft | ยังเปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชัน 22H2 ผ่าน Media Creation Tool |
เดิมโครงการ ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไปมีกำหนดจบ 13 ตุลาคม 2026 ต่อมา Microsoft ปรับหน้าข้อมูลในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ให้โครงการยาวถึง 12 ตุลาคม 2027 เครื่องที่ลงทะเบียนไว้แล้วได้รับความคุ้มครองต่อโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
หมดซัพพอร์ตแล้วหมายความว่าอะไร
หลายคนเข้าใจว่าหมดซัพพอร์ตแล้วเครื่องจะใช้ไม่ได้ ซึ่งไม่จริง Microsoft ระบุชัดว่าเครื่องที่ใช้ Windows 10 ยังทำงานต่อได้ สิ่งที่หายไปมีสามอย่าง
- แพตช์ความปลอดภัยฟรี ช่องโหว่ที่ค้นพบหลังวันหมดซัพพอร์ตจะไม่ถูกแก้ให้ เว้นแต่ลงทะเบียน ESU
- ฟีเจอร์ใหม่และการแก้บั๊กทั่วไป ไม่มีอีกแล้ว แม้จะอยู่ใน ESU ก็ได้เฉพาะอัปเดตด้านความปลอดภัยระดับร้ายแรงและสำคัญ
- การช่วยเหลือทางเทคนิคจาก Microsoft ไม่มีให้สำหรับ Windows 10 แล้ว
ในทางปฏิบัติ เครื่องที่ใช้งานออนไลน์ทุกวัน เช่น เข้าเว็บธนาคาร รับส่งอีเมล ดาวน์โหลดไฟล์ จะเสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ได้รับแพตช์ โปรแกรมแอนติไวรัสช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ Microsoft เองก็ระบุว่าแอนติไวรัสอย่างเดียวไม่พอ ถ้าระบบปฏิบัติการไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัย นอกจากนี้ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ใหม่ ๆ จะค่อย ๆ เลิกรองรับ Windows 10 ตามไปด้วย
เครื่องที่ใช้ทำธุรกรรมการเงิน เก็บข้อมูลลูกค้า หรือเครื่องในร้านที่หลายคนใช้ร่วมกัน ถ้ายังต้องใช้ Windows 10 ควรลงทะเบียน ESU ไว้ก่อน แล้ววางแผนเปลี่ยนเป็น Windows 11 ภายในปี 2027
ESU ของ Windows 10 คืออะไร และสมัครอย่างไร
ESU ย่อมาจาก Extended Security Updates เป็นโครงการที่ให้เครื่อง Windows 10 ได้รับอัปเดตความปลอดภัยต่อหลังวันหมดซัพพอร์ต สำหรับเครื่องใช้งานส่วนตัว (ไม่ใช่เครื่องที่องค์กรจัดการ) สมัครได้จนกว่าโครงการจะจบในวันที่ 12 ตุลาคม 2027
เงื่อนไขก่อนสมัคร
- เครื่องต้องเป็น Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 รุ่น Home, Pro, Pro Education หรือ Pro for Workstations
- ติดตั้งอัปเดตล่าสุดครบ รวมถึงแพ็กเกจเตรียมไลเซนส์ ESU รหัส KB5126256
- ต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ที่เป็นผู้ดูแลระบบของเครื่อง บัญชีของเด็กใช้ไม่ได้ ถ้าตอนนี้ใช้บัญชีภายในเครื่อง (local account) ระบบจะให้ลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft ระหว่างสมัคร
ทางเลือกในการสมัคร
| วิธี | ค่าใช้จ่าย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| สำรองการตั้งค่าเครื่องด้วย Windows Backup | ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม | ต้องเปิดซิงก์การตั้งค่าเครื่องกับบัญชี Microsoft |
| แลกคะแนน Microsoft Rewards | 1,000 คะแนน | ใช้คะแนนที่สะสมในบัญชี Microsoft |
| ซื้อครั้งเดียว | 30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าสกุลเงินท้องถิ่น บวกภาษี | มีรายงานว่าหนึ่งไลเซนส์ใช้ได้สูงสุด 10 เครื่องที่ผูกกับบัญชีเดียวกัน |
ขั้นตอนสมัคร ESU
- อัปเดตเครื่องให้ล่าสุดเปิด Settings > Update & Security > Windows Update แล้วกด Check for updates จนไม่มีอัปเดตค้าง
- หาลิงก์ Enroll nowถ้าเครื่องเข้าเงื่อนไข จะมีข้อความชวนสมัคร ESU ในหน้า Windows Update ให้กด Enroll now
- ลงชื่อเข้าบัญชี Microsoftใช้บัญชีที่เป็นผู้ดูแลระบบของเครื่อง
- เลือกวิธีสมัครถ้าสำรองการตั้งค่าอยู่แล้ว ระบบจะให้สมัครแบบไม่มีค่าใช้จ่ายทันที ถ้ายังไม่ได้สำรอง เลือกได้ว่าจะเริ่มสำรอง ใช้คะแนน Rewards หรือซื้อ
- ตรวจว่าลงทะเบียนสำเร็จกลับไปที่หน้า Windows Update จะเห็นข้อความว่าเครื่องลงทะเบียน ESU แล้ว จากนั้นอัปเดตความปลอดภัยจะมาตามรอบปกติ
สาเหตุที่พบบ่อยคือเครื่องยังไม่ใช่ 22H2 ยังลงอัปเดตไม่ครบ หรือเครื่องเข้าโดเมนขององค์กร ให้เช็คเวอร์ชันตามหัวข้อถัดไป แล้วอัปเดตให้ครบก่อนลองใหม่
วิธีเช็คว่าเครื่องเป็น Windows 10 รุ่นไหน
ก่อนตัดสินใจเรื่อง ESU หรือการอัปเกรด ควรรู้ก่อนว่าเครื่องเป็นรุ่น (edition) อะไร และเวอร์ชันไหน มีสองวิธีที่เร็วที่สุด
วิธีที่ 1 ใช้คำสั่ง winver
- เปิดหน้าต่าง Runกด Win + R
- พิมพ์ winverพิมพ์
winverแล้วกด Enter - อ่านเวอร์ชันและ buildหน้าต่าง About Windows จะบอกเวอร์ชัน เช่น Version 22H2 และหมายเลข OS Build
วิธีที่ 2 ดูในหน้า Settings
คลิกขวาที่ปุ่ม Start เลือก Settings > System > About ในส่วน Windows specifications จะบอกทั้ง Edition (เช่น Windows 10 Home หรือ Windows 10 Pro) และ Version ส่วนด้านบนของหน้าเดียวกัน (Device specifications) บอกชนิด CPU และ RAM ซึ่งใช้ประกอบการตัดสินใจอัปเกรดได้
Windows 10 Home กับ Pro ต่างกันอย่างไร
Windows 10 สำหรับผู้ใช้ทั่วไปมีสองรุ่นหลักคือ Home และ Pro ทั้งสองรุ่นใช้โปรแกรมทั่วไปได้เหมือนกัน เล่นเกมได้เท่ากัน ความต่างอยู่ที่เครื่องมือด้านความปลอดภัยและการจัดการเครื่อง
| ความสามารถ | Home | Pro |
|---|---|---|
| ใช้งานทั่วไป เว็บ เอกสาร เกม | ได้ | ได้ |
| BitLocker เข้ารหัสไดรฟ์แบบเต็ม | ไม่มี (บางเครื่องมี Device encryption แทน) | มี |
| เป็นเครื่องปลายทางของ Remote Desktop | ไม่ได้ | ได้ |
| Hyper-V สำหรับสร้างเครื่องเสมือน | ไม่มี | มี |
| Group Policy Editor | ไม่มี | มี |
| เข้าร่วมโดเมนขององค์กร | ไม่ได้ | ได้ |
สำหรับใช้งานที่บ้านทั่วไป Home เพียงพอ Pro เหมาะกับคนที่ต้องรีโมตเข้าเครื่องจากที่อื่น ใช้เครื่องเสมือน หรือทำงานในออฟฟิศที่มีระบบโดเมน เรื่องสำคัญคือรุ่นของ Windows 10 จะติดไปตอนอัปเกรด ถ้าเครื่องเป็น Windows 10 Home จะได้ Windows 11 Home และ Pro จะได้ Windows 11 Pro
ตอนลง Windows 10 ใหม่ ถ้าเลือกรุ่นไม่ตรงกับไลเซนส์เดิม เครื่องจะไม่ activate ให้เช็ค Edition จากหน้า About ก่อนล้างเครื่องทุกครั้ง
ดาวน์โหลด Windows 10 และไฟล์ ISO จาก Microsoft
แหล่งดาวน์โหลด Windows 10 ที่ปลอดภัยมีแห่งเดียวคือหน้า microsoft.com/software-download/windows10 ซึ่งยังให้ดาวน์โหลดเวอร์ชัน 22H2 อยู่ หน้านี้มีเครื่องมือสองตัว
- Update Assistant ใช้อัปเดตเครื่องที่ใช้อยู่ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดของ Windows 10
- Media Creation Tool ใช้สร้าง USB สำหรับติดตั้ง หรือดาวน์โหลดเป็นไฟล์ ISO ไปใช้กับเครื่องอื่น
สิ่งที่ต้องเตรียม
- อินเทอร์เน็ตที่เสถียร ไฟล์มีขนาดหลายกิกะไบต์
- แฟลชไดรฟ์เปล่าอย่างน้อย 8 GB ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์จะถูกลบทั้งหมด
- พื้นที่ว่างในเครื่องพอสำหรับไฟล์ ISO ถ้าเลือกดาวน์โหลดเป็น ISO
- รู้ภาษา รุ่น และสถาปัตยกรรม (64 บิตหรือ 32 บิต) ของเครื่องที่จะติดตั้ง
ขั้นตอนทำ USB หรือไฟล์ ISO
- ดาวน์โหลด Media Creation Toolเข้าหน้าดาวน์โหลดของ Microsoft แล้วกดปุ่มดาวน์โหลดเครื่องมือในส่วน Create Windows 10 installation media
- เปิดโปรแกรมด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบรันไฟล์ที่ได้ แล้วกดยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน
- เลือกสร้างสื่อสำหรับเครื่องอื่นเลือก Create installation media (USB flash drive, DVD, or ISO file) for another PC
- เลือกภาษา รุ่น และสถาปัตยกรรมตัวเลือก Windows 10 รวมทั้งรุ่น Home และ Pro อยู่ในไฟล์เดียว รุ่นที่ได้ตอนติดตั้งขึ้นกับไลเซนส์ของเครื่อง
- เลือก USB flash drive หรือ ISO fileถ้าจะลงเครื่องทันทีเลือก USB ถ้าจะเก็บไว้ใช้ภายหลังหรือใช้กับเครื่องเสมือนเลือก ISO
- รอให้เสร็จโปรแกรมจะดาวน์โหลดและเตรียมไฟล์เอง ใช้เวลาตามความเร็วอินเทอร์เน็ต
รุ่น Enterprise ไม่อยู่ใน Media Creation Tool องค์กรต้องดาวน์โหลดผ่านช่องทางของ Microsoft สำหรับองค์กรแทน
ไฟล์ ISO ที่แจกตามเว็บทั่วไป หรือไฟล์ที่ปรับแต่งมาแล้ว อาจฝังมัลแวร์หรือโปรแกรมแอบขุดเหรียญ และเครื่องมือ activate เถื่อนก็เป็นช่องทางที่มัลแวร์ใช้บ่อยที่สุด ใช้เฉพาะไฟล์จาก microsoft.com และไลเซนส์ที่ถูกต้อง
ขั้นตอนลง Windows 10 ใหม่ (clean install) แบบย่อ
การลงใหม่ด้วย USB จะลบทุกอย่างบนไดรฟ์ที่เลือก ทั้งไฟล์ โปรแกรม และการตั้งค่า ถ้าต้องการแค่ให้เครื่องกลับมาสะอาด การใช้ Reset this PC ในตัว Windows ง่ายกว่า ดูรายละเอียดได้ที่ วิธีล้างเครื่อง Windows ส่วนขั้นตอนลงใหม่ด้วย USB มีโครงหลักดังนี้
- สำรองข้อมูลคัดลอกไฟล์สำคัญไปไว้ในฮาร์ดดิสก์ภายนอกหรือคลาวด์ จดชื่อโปรแกรมที่ต้องลงใหม่ และถ้าเครื่องเปิด BitLocker หรือ Device encryption ให้เก็บ recovery key ไว้ก่อน
- เตรียม USBสร้าง USB ติดตั้งด้วย Media Creation Tool ตามหัวข้อก่อนหน้า
- บูตจาก USBเสียบ USB แล้วเปิดเครื่อง กดปุ่มเลือกอุปกรณ์บูตหรือเปลี่ยนลำดับการบูตใน BIOS/UEFI ปุ่มที่ใช้ต่างกันตามยี่ห้อ ดูวิธีได้ที่ วิธีเข้า BIOS บางเครื่องอาจต้องปิด Secure Boot ชั่วคราว
- เลือกภาษาและแป้นพิมพ์แล้วกด Install now
- ข้ามการใส่ product key ได้ถ้าเครื่องเคย activate แล้ว ให้เลือก I don’t have a product key ระบบจะ activate เองจากไลเซนส์ดิจิทัลเมื่อต่ออินเทอร์เน็ต จากนั้นเลือกรุ่นให้ตรงกับของเดิม
- เลือกแบบ Customเลือก Custom: Install Windows only (advanced) เพื่อลงใหม่ทั้งหมด
- จัดการพาร์ทิชันบน Disk 0ลบพาร์ทิชันของไดรฟ์ที่ลง Windows เดิมจนเหลือ Unallocated Space แล้วกด Next อย่าแตะดิสก์อื่นที่เก็บข้อมูลไว้
- รอติดตั้งและตั้งค่าเริ่มต้นเครื่องจะรีสตาร์ทหลายครั้ง เมื่อถึงหน้าตั้งค่าให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและลงชื่อเข้าใช้
- อัปเดตและลงไดรเวอร์เข้า Windows Update ให้ครบ แล้วดาวน์โหลดไดรเวอร์ที่ขาดจากเว็บผู้ผลิตเครื่อง
ถ้าจะลงใหม่ทั้งเครื่องอยู่แล้ว และเครื่องผ่านสเปค Windows 11 การลง Windows 11 ไปเลยจะได้อัปเดตต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่ง ESU
ใช้ Windows 10 ต่อ หรืออัปเกรดเป็น Windows 11
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเครื่องผ่านสเปค Windows 11 หรือไม่ ใช้ตารางนี้ช่วยตัดสินใจ
| สถานการณ์ | ทางที่แนะนำ |
|---|---|
| เครื่องผ่านสเปค Windows 11 | อัปเกรดฟรีผ่าน Settings > Update & Security > Windows Update |
| เครื่องไม่ผ่านสเปค แต่ยังต้องใช้งานอีกปี | สมัคร ESU เพื่อรับแพตช์ถึง 12 ตุลาคม 2027 แล้ววางแผนเปลี่ยนเครื่อง |
| โปรแกรมเฉพาะทางยังไม่รองรับ Windows 11 | สมัคร ESU ระหว่างรอผู้พัฒนาอัปเดตโปรแกรม |
| เครื่องเก่ามาก ช้า และไม่ผ่านสเปค | พิจารณาเปลี่ยนเครื่อง ข้อมูลย้ายไปเครื่องใหม่ได้ด้วย Windows Backup |
| เครื่องที่ไม่ต่ออินเทอร์เน็ตเลย ใช้งานเฉพาะทาง | ใช้ต่อได้ แต่ความเสี่ยงยังอยู่ทุกครั้งที่เสียบ USB หรือรับไฟล์จากที่อื่น |
การอัปเกรดจาก Windows 10 ที่มีไลเซนส์ถูกต้องเป็น Windows 11 ไม่เสียเงิน ไฟล์และโปรแกรมส่วนใหญ่อยู่ครบหลังอัปเกรด รายละเอียดเรื่องสเปคขั้นต่ำ วิธีเช็คด้วย PC Health Check และขั้นตอนอัปเกรดอยู่ในบทความ Windows 11 ฉบับเต็ม
ESU ไม่ใช่ทางถาวร Microsoft บอกไว้ว่าโครงการจบ 12 ตุลาคม 2027 การวางแผนอัปเกรดหรือเปลี่ยนเครื่องล่วงหน้าทำให้มีเวลาย้ายข้อมูลและทดสอบโปรแกรมโดยไม่ต้องรีบ
คำถามที่พบบ่อย
Windows 10 ยังใช้ได้ไหมในปี 2026
ใช้ได้ เครื่องยังเปิดและทำงานตามปกติ แต่ถ้าไม่ได้ลงทะเบียน ESU จะไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยใหม่ตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2025 เป็นต้นมา ความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องที่ออนไลน์ทุกวัน
ESU ของ Windows 10 ฟรีจริงไหม
ฟรีถ้าเปิดสำรองการตั้งค่าเครื่องด้วย Windows Backup กับบัญชี Microsoft หรือใช้ 1,000 คะแนน Microsoft Rewards ถ้าไม่ต้องการสองทางนี้ ต้องจ่ายครั้งเดียว 30 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าบวกภาษี ความคุ้มครองยาวถึง 12 ตุลาคม 2027
ยังดาวน์โหลด Windows 10 ISO ได้ไหม
ได้ หน้า microsoft.com/software-download/windows10 ยังให้ดาวน์โหลด Media Creation Tool สำหรับเวอร์ชัน 22H2 และเลือกบันทึกเป็นไฟล์ ISO ได้ อย่าดาวน์โหลดจากเว็บอื่น
ลง Windows 10 ใหม่ต้องใช้ product key ไหม
ถ้าเครื่องเคย activate Windows 10 มาก่อน มักไม่ต้องใส่ เลือก I don’t have a product key แล้วเลือกรุ่นให้ตรงกับของเดิม เมื่อต่ออินเทอร์เน็ตระบบจะ activate จากไลเซนส์ดิจิทัลเอง ถ้าเป็นเครื่องที่ไม่เคยมีไลเซนส์ ต้องซื้อไลเซนส์ที่ถูกต้อง
Windows 10 Home อัปเกรดเป็น Windows 11 Pro ได้เลยไหม
การอัปเกรดฟรีจะได้รุ่นเดียวกับของเดิม Home ได้ Home และ Pro ได้ Pro ถ้าต้องการ Pro ต้องซื้ออัปเกรดรุ่นแยกต่างหาก
ถ้าเครื่องไม่ผ่านสเปค Windows 11 ควรทำอย่างไร
สมัคร ESU เพื่อรับอัปเดตความปลอดภัยถึง 12 ตุลาคม 2027 แล้วใช้ช่วงเวลานี้วางแผนเปลี่ยนเครื่อง ไม่แนะนำให้ใช้วิธีดัดแปลงไฟล์ติดตั้งเพื่อข้ามการตรวจสเปค เพราะ Microsoft ไม่รับประกันการอัปเดตบนเครื่องแบบนั้น
- Windows 10 end of support – Microsoft
- Windows 10 Consumer Extended Security Updates – Microsoft
- Windows 10 Consumer ESU (UK) – Microsoft
- Download Windows 10 – Microsoft
- Find operating system info in Windows – Microsoft Support
- Reinstall Windows with the installation media – Microsoft Support
- Microsoft extends Windows 10 ESU through October 2027 – Pureinfotech
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูและขั้นตอนอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Windows ภาษาที่ใช้ และยี่ห้อเครื่อง เงื่อนไขของ Microsoft อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับ Microsoft หรือผู้ผลิตเครื่องอีกครั้งก่อนดำเนินการ