อัดหน้าจอคอม Windows 11/10 และ Mac มีเสียง ครบทุกวิธี ไม่ต้องลงโปรแกรม (2026)

อัปเดต 16 ตุลาคม 2026

วิธีอัดหน้าจอคอมที่ง่ายที่สุดบน Windows 11 คือกด Win + Shift + R เพื่อเปิดโหมดอัดวิดีโอของ Snipping Tool ลากเลือกพื้นที่แล้วกด Start ได้ทันที ถ้าต้องการอัดเกมหรือแอปเดียวใช้ Xbox Game Bar ด้วย Win + Alt + R ส่วนงานที่ต้องคุมเสียงไมค์และเสียงเครื่องแยกกัน หรืออัดยาวเป็นชั่วโมง OBS Studio ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีจะยืดหยุ่นที่สุด

สรุปสั้น

  • Windows 11: Snipping Tool กด Win + Shift + R อัดได้ทั้งจอหรือบางส่วน เวอร์ชันใหม่เลือกอัดเสียงไมค์และเสียงระบบได้
  • Xbox Game Bar: กด Win + Alt + R เริ่มและหยุดอัด ไฟล์ MP4 ไปอยู่ที่ Videos > Captures อัดได้ทีละแอป ไม่ใช่หน้าเดสก์ท็อป
  • Clipchamp อัดหน้าจอพร้อมกล้องได้ และตัดต่อต่อได้ในตัว
  • OBS Studio ฟรีจาก obsproject.com เหมาะกับคลิปยาว คลิปสอน และงานที่ต้องปรับเสียงเอง
  • Mac กด Shift + Command + 5 แล้วเลือก Record ไฟล์ .mov อยู่บนเดสก์ท็อปเป็นค่าเริ่มต้น

เลือกวิธีอัดหน้าจอคอมแบบไหนดี

Windows มีเครื่องมืออัดหน้าจอติดมาให้มากกว่าหนึ่งตัว แต่ละตัวออกแบบมาเพื่องานต่างกัน ถ้าเลือกตัวที่ไม่ตรงกับงานจะเจอปัญหา เช่น อัดแล้วไม่มีเสียง หรือกดแล้วขึ้นข้อความว่าใช้กับเดสก์ท็อปไม่ได้ ตารางนี้ช่วยให้เลือกได้เร็วขึ้น

เครื่องมือ ปุ่มลัด / วิธีเปิด เหมาะกับ ข้อจำกัด
Snipping Tool Win + Shift + R อัดคลิปสั้น สอนการใช้งาน แจ้งปัญหา ต้องเป็น Windows 11 และอัปเดตแอปให้ใหม่
Xbox Game Bar Win + Alt + R อัดเกม อัดแอปที่เปิดเต็มหน้าต่าง อัดได้ทีละแอป ใช้กับเดสก์ท็อปหรือ File Explorer ไม่ได้
Clipchamp แท็บ Record & create อัดหน้าจอพร้อมกล้อง แล้วตัดต่อต่อทันที เสียงจากเครื่องอัดได้เฉพาะตอนแชร์แท็บเบราว์เซอร์
OBS Studio ปุ่ม Start Recording คลิปยาว คลิปสอน ไลฟ์ แยกเสียงไมค์กับเสียงเครื่อง ต้องติดตั้งและตั้งค่าครั้งแรก
PowerPoint Insert > Screen Recording ใส่วิดีโอสาธิตลงในสไลด์ ต้องมี PowerPoint
Mac Shift + Command + 5 อัดหน้าจอบน macOS เสียงระบบรองรับเฉพาะ macOS รุ่นใหม่

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เริ่มจาก Snipping Tool ก่อน เพราะใช้ง่ายที่สุดและไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม เมื่อเจองานที่ต้องการมากกว่านั้นค่อยขยับไปใช้ OBS Studio

อัดหน้าจอด้วย Snipping Tool (Windows 11)

Snipping Tool เดิมเป็นแค่เครื่องมือแคปภาพ แต่ใน Windows 11 มีโหมด Record สำหรับอัดวิดีโอเพิ่มเข้ามา เป็นวิธีบันทึกหน้าจอคอมที่ Microsoft แนะนำในหน้าช่วยเหลือของ Snipping Tool เอง ใช้ได้ทั้งการอัดทั้งจอและอัดเฉพาะบางส่วน

  1. เปิดโหมดอัดวิดีโอกด Win + Shift + R หรือเปิด Snipping Tool จากเมนู Start แล้วเลือก Record และกด New
  2. เลือกพื้นที่ที่จะอัดลากกรอบครอบส่วนที่ต้องการ ถ้าต้องการทั้งจอให้ลากให้เต็มหน้าจอ ปรับขนาดกรอบได้ก่อนเริ่มอัด
  3. เปิดหรือปิดเสียงบนแถบควบคุมด้านบนจะมีปุ่มไมโครโฟนและปุ่มเสียงระบบ ให้เปิดตัวที่ต้องการก่อนกดเริ่ม
  4. กด Start แล้วเริ่มทำงานจะมีนับถอยหลังสั้น ๆ ก่อนเริ่มอัด ระหว่างอัดหยุดชั่วคราวได้จากแถบควบคุม
  5. กด Stop เพื่อจบหน้าต่างพรีวิวจะเปิดขึ้น บันทึกไฟล์ได้เลย หรือเลือก Edit in Clipchamp เพื่อตัดต่อ ใส่คำบรรยาย หรือปรับระดับเสียงต่อ

อัดหน้าจอคอม Windows 11 มีเสียง ด้วย Snipping Tool

Snipping Tool เวอร์ชันใหม่อัดเสียงได้สองแหล่ง คือเสียงจากไมโครโฟนสำหรับพูดอธิบาย และเสียงระบบ (system audio) คือเสียงที่ออกจากลำโพงของเครื่อง เช่น เสียงวิดีโอหรือเสียงแจ้งเตือน ถ้าต้องการให้เปิดไมค์ทุกครั้งที่เริ่มอัด ให้เข้า Snipping Tool > ปุ่มจุดสามจุด > Settings แล้วเปิดตัวเลือก Include microphone input by default when a screen recording starts

ไม่เห็นปุ่ม Record หรือปุ่มเสียง

ฟีเจอร์อัดวิดีโอและอัดเสียงเพิ่มเข้ามาทีละเวอร์ชัน ถ้าไม่เห็น ให้เปิด Microsoft Store > Library แล้วอัปเดต Snipping Tool ก่อน ส่วน Windows 10 ไม่มีโหมดนี้ ต้องใช้ Xbox Game Bar หรือ OBS Studio แทน

ไฟล์วิดีโอที่อัดด้วย Snipping Tool เวอร์ชันใหม่จะบันทึกอัตโนมัติไว้ในโฟลเดอร์ Videos > Screen Recordings ถ้าปิดการบันทึกอัตโนมัติไว้ ต้องกดบันทึกเองจากหน้าต่างพรีวิว และเลือก Save as เพื่อเก็บสำเนาไว้ที่อื่นได้

อัดหน้าจอด้วย Xbox Game Bar

Xbox Game Bar ติดมากับทั้ง Windows 10 และ 11 ชื่อบอกว่าทำมาเพื่อเกม แต่ใช้อัดแอปทั่วไปได้ เช่น เบราว์เซอร์ หรือโปรแกรมที่เปิดอยู่ จุดที่ต้องรู้คือมันอัดทีละแอปที่กำลังใช้งาน ไม่ได้อัดทั้งหน้าจอ

  1. ตรวจว่าเปิดใช้ Game Bar แล้วกด Win + I เปิด Settings พิมพ์ค้นหาคำว่า xbox แล้วเปิดสวิตช์ Enable Xbox Game Bar
  2. เปิดแอปที่ต้องการอัดคลิกที่หน้าต่างแอปนั้นให้เป็นหน้าต่างที่ใช้งานอยู่
  3. เริ่มอัดกด Win + Alt + R จะมีแถบเล็ก ๆ แสดงเวลาที่มุมจอ
  4. เปิดปิดไมค์ระหว่างอัดกด Win + Alt + M เพื่อสลับเปิดหรือปิดไมโครโฟน
  5. หยุดอัดกด Win + Alt + R อีกครั้ง หรือกดปุ่มหยุดบนแถบเวลา

ถ้าต้องการให้อัดเสียงทุกอย่างในเครื่อง ไม่ใช่แค่เสียงของแอปที่อัด ให้กด Win + G เปิด Game Bar เข้าปุ่ม Settings ไปที่หัวข้อ Capturing แล้วเลือกแหล่งเสียงเป็น All ไฟล์ที่ได้เป็น MP4 อยู่ในโฟลเดอร์ Videos > Captures ชื่อไฟล์จะมีชื่อแอปกับวันเวลาที่อัด

ปุ่มลัด Game Bar ทำอะไร
Win + G เปิดหรือซ่อนแผงควบคุม Game Bar
Win + Alt + R เริ่มหรือหยุดอัดคลิป
Win + Alt + M เปิดหรือปิดไมโครโฟนระหว่างอัด
Win + Alt + PrtSc แคปภาพหน้าจอของแอปที่ใช้อยู่
ข้อจำกัดที่เจอบ่อย

Game Bar อัดหน้าเดสก์ท็อปหรือ File Explorer ไม่ได้ และถ้าสลับไปแอปอื่นระหว่างอัด คลิปจะยังอัดแค่แอปแรก งานที่ต้องสลับหลายโปรแกรม เช่น คลิปสอนใช้งานคอม ควรใช้ Snipping Tool หรือ OBS Studio แทน

อัดหน้าจอด้วย Clipchamp

Clipchamp เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอของ Microsoft มีทั้งแอปบน Windows และเวอร์ชันเว็บ เหมาะกับคนที่อัดหน้าจอแล้วต้องการตัดต่อต่อทันที และอัดหน้าจอพร้อมภาพจากกล้องเว็บแคมในคลิปเดียวได้

  1. เปิดเครื่องมืออัดในหน้าตัดต่อ ไปที่แท็บ Record & create แล้วเลือก Screen หรือ Screen & camera
  2. อนุญาตกล้องและไมค์ครั้งแรกจะมีหน้าต่างขอสิทธิ์ใช้กล้องและไมโครโฟน ให้กดอนุญาต แล้วเลือกไมโครโฟนที่จะใช้
  3. เลือกสิ่งที่จะแชร์กดปุ่มสีแดง จากนั้นเลือกแท็บเบราว์เซอร์ หน้าต่าง หรือทั้งหน้าจอ ถ้าต้องการเสียงจากหน้าเว็บให้เปิดสวิตช์แชร์เสียงด้วย
  4. หยุดและตรวจคลิปกด Stop sharing ดูพรีวิว ถ้าไม่พอใจให้อัดใหม่ ถ้าใช้ได้ให้กดบันทึกแล้วตัดต่อต่อ
  5. Export เป็นไฟล์เมื่อตัดต่อเสร็จ กด Export จะได้ไฟล์ MP4

ตามหน้าช่วยเหลือของ Clipchamp เสียงจากเครื่องจะอัดได้เฉพาะตอนเลือกแชร์แท็บเบราว์เซอร์ ถ้าเลือกทั้งหน้าจอจะได้แค่เสียงไมค์ นอกจากนี้ Clipchamp จะดาวน์โหลดสำเนาไฟล์ดิบเป็น WebM ไว้ในโฟลเดอร์ Downloads ให้ด้วย และมีระยะเวลาอัดสูงสุดแสดงอยู่ข้างตัวนับเวลา ถ้างานยาว ให้แบ่งอัดเป็นหลายคลิปแล้วต่อกันในหน้าตัดต่อ

อัดหน้าจอด้วย OBS Studio พร้อมเสียง

OBS Studio เป็นโปรแกรมโอเพนซอร์สฟรี ใช้ได้ทั้ง Windows, macOS และ Linux นิยมใช้อัดคลิปสอนและไลฟ์สด ข้อดีคือคุมทุกอย่างได้เอง ทั้งแหล่งภาพ ระดับเสียงไมค์ เสียงเครื่อง และรูปแบบไฟล์ ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการ obsproject.com เท่านั้น เพราะมีเว็บปลอมที่แฝงโปรแกรมไม่พึงประสงค์อยู่ไม่น้อย

  1. ติดตั้งและรัน Auto-Configuration Wizardเปิดโปรแกรมครั้งแรกจะมีตัวช่วยตั้งค่าขึ้นมา เลือกว่าจะใช้อัดเป็นหลัก แล้วให้โปรแกรมปรับค่าตามเครื่อง ถ้าข้ามไปแล้วเรียกใหม่ได้ที่เมนู Tools > Auto-Configuration Wizard
  2. เพิ่มแหล่งภาพในกล่อง Sources ด้านล่าง กดปุ่ม + แล้วเลือก Display Capture เพื่ออัดทั้งจอ หรือ Window Capture เพื่ออัดหน้าต่างเดียว
  3. ตรวจเสียงดูที่ Audio Mixer จะมีแถบเสียงเครื่อง (Desktop Audio) และไมค์ (Mic/Aux) ลองพูดหรือเปิดเสียงดูว่าแถบขยับไหม ถ้าไม่ขยับหรือเป็นอุปกรณ์ผิดตัว ให้เลือกใหม่ที่ Settings > Audio
  4. ตั้งรูปแบบไฟล์และที่เก็บไปที่ Settings > Output ดูโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ (Recording Path) และรูปแบบไฟล์ (Recording Format)
  5. อัดทดสอบสั้น ๆกด Start Recording อัดราวหนึ่งนาที กด Stop Recording แล้วเปิดไฟล์ดูทั้งภาพและเสียงก่อนอัดงานจริง

ควรเลือกไฟล์แบบไหนใน OBS

MP4 แบบปกติมีจุดอ่อนคือถ้าโปรแกรมค้าง ไฟดับ หรือเครื่องดับระหว่างอัด ไฟล์อาจเปิดไม่ได้ทั้งไฟล์ ตั้งแต่ OBS 30.2 มีรูปแบบ Hybrid MP4 ที่ยังกู้ไฟล์ได้เมื่อการอัดถูกตัดกลางคัน และเปิดในโปรแกรมทั่วไปได้เหมือน MP4 ปกติ ถ้าเวอร์ชันที่ใช้มีตัวเลือกนี้ ให้เลือก Hybrid MP4 อีกทางคืออัดเป็น MKV ซึ่งทนต่อการค้างเช่นกัน แล้วใช้เมนู File > Remux Recordings แปลงเป็น MP4 ภายหลัง

แยกเสียงไมค์กับเสียงเครื่อง

ถ้าต้องตัดต่อเสียงพูดแยกจากเสียงเครื่อง OBS บันทึกเสียงหลายแทร็กได้ ตั้งค่าในหน้า Settings > Output แบบ Advanced และ Advanced Audio Properties ใน Audio Mixer วิธีนี้ช่วยให้ลดเสียงเพลงหรือเสียงเกมได้ภายหลังโดยไม่กระทบเสียงพูด

เครื่องสเปกต่ำอาจทำให้คลิปกระตุก ให้ลดความละเอียดที่ Settings > Video หรือลดเฟรมเรตเหลือ 30 ถ้าไม่แน่ใจว่าเครื่องแรงพอไหม ดูวิธีเช็คได้ใน วิธีเช็คสเปคคอม

อัดหน้าจอด้วย PowerPoint

คนที่ทำสไลด์สอนหรือสไลด์นำเสนออยู่แล้ว ใช้ PowerPoint อัดหน้าจอแล้วแทรกลงในสไลด์ได้ทันที รองรับ PowerPoint for Microsoft 365, 2024, 2021, 2019 และ 2016

  1. เปิดเครื่องมืออัดไปที่สไลด์ที่ต้องการ แล้วเลือกแท็บ Insert > Screen Recording
  2. เลือกพื้นที่บนแถบควบคุม กด Select Area แล้วลากเลือกพื้นที่ หรือกด Win + Shift + B ถ้าต้องการอัดทั้งจอ
  3. ตั้งค่าเสียงและเมาส์PowerPoint อัดเสียงและตัวชี้เมาส์เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าไม่ต้องการให้กดยกเลิก Audio หรือ Record Pointer
  4. เริ่มและหยุดอัดกด Record หยุดชั่วคราวด้วย Win + Shift + D และหยุดอัดด้วย Win + Shift + Q วิดีโอจะถูกแทรกลงในสไลด์
  5. บันทึกเป็นไฟล์แยกคลิกขวาที่วิดีโอในสไลด์ เลือก Save Media as แล้วเลือกโฟลเดอร์และชื่อไฟล์

อัดหน้าจอบน Mac

บน Mac กด Shift + Command + 5 จะมีแถบเครื่องมือขึ้นมาด้านล่าง เลือกอัดทั้งจอหรืออัดบางส่วน กด Options เพื่อเลือกไมโครโฟน ตั้งเวลาหน่วงก่อนเริ่ม แสดงการคลิกเมาส์ และเปลี่ยนโฟลเดอร์ที่เก็บ จากนั้นกด Record เมื่อจะหยุดให้กดปุ่ม Stop บนแถบเมนู หรือกด Command + Control + Esc

ไฟล์จะเป็น .mov บันทึกไว้บนเดสก์ท็อปเป็นค่าเริ่มต้น ชื่อไฟล์ขึ้นต้นด้วย Screen Recording ตามด้วยวันที่และเวลา ใน macOS เวอร์ชันล่าสุดมีตัวเลือก Include System Audio สำหรับอัดเสียงของเครื่องเพิ่มเข้ามา ส่วนเวอร์ชันก่อนหน้าอัดได้แค่เสียงไมค์ ถ้าต้องการเสียงเครื่องบน macOS รุ่นเก่า OBS Studio เป็นทางเลือกที่ใช้ได้ ส่วนการแคปภาพนิ่งดูได้ใน วิธีแคปหน้าจอคอม

ไฟล์วิดีโอไปอยู่ที่ไหน

คำถามที่เจอบ่อยหลังอัดเสร็จคือหาไฟล์ไม่เจอ ตารางนี้รวมโฟลเดอร์เริ่มต้นของแต่ละเครื่องมือ ถ้าเปลี่ยนที่เก็บไว้เองให้ดูในหน้าตั้งค่าของโปรแกรมนั้น

เครื่องมือ โฟลเดอร์เริ่มต้น ชนิดไฟล์
Snipping Tool Videos > Screen Recordings (เมื่อเปิดบันทึกอัตโนมัติ) MP4
Xbox Game Bar Videos > Captures MP4
Clipchamp Downloads (ไฟล์ดิบ) และโฟลเดอร์ที่เลือกตอน Export WebM / MP4
OBS Studio ตาม Settings > Output > Recording Path หรือเมนู File > Show Recordings ตามที่ตั้งไว้ เช่น Hybrid MP4, MKV
PowerPoint อยู่ในไฟล์สไลด์ ต้องใช้ Save Media as เพื่อแยกออกมา MP4
Mac (Shift+Command+5) Desktop MOV

วิธีเปิดโฟลเดอร์ Videos เร็ว ๆ คือกด Win + E เปิด File Explorer แล้วคลิก Videos ที่แถบด้านซ้าย หรือพิมพ์ชื่อไฟล์บางส่วนในช่องค้นหาของเมนู Start

อัดหน้าจอแล้วไม่มีเสียง หรืออัดไม่ได้

อัดแล้วไม่มีเสียง

  1. ตรวจปุ่มเสียงในโปรแกรมSnipping Tool ต้องเปิดปุ่มไมค์และปุ่มเสียงระบบก่อนกด Start ส่วน Game Bar ให้ตรวจว่าแหล่งเสียงใน Capturing ไม่ได้ตั้งเป็น None
  2. ตรวจสิทธิ์ไมโครโฟนไปที่ Settings > Privacy & security > Microphone ดูว่าเปิดสิทธิ์ให้แอปที่ใช้อัดแล้ว
  3. ตรวจอุปกรณ์เสียงไปที่ Settings > System > Sound ดูว่าไมค์ที่ใช้งานอยู่เป็นตัวที่ต้องการ ไม่ใช่ไมค์ของหูฟังที่ถอดออกไปแล้ว
  4. เลือกแท็บเมื่อใช้ Clipchampถ้าต้องการเสียงจากวิดีโอในเว็บ ต้องเลือกแชร์แท็บเบราว์เซอร์และเปิดสวิตช์แชร์เสียง
  5. ดูแถบเสียงใน OBSถ้าแถบ Desktop Audio หรือ Mic/Aux ไม่ขยับ ให้เลือกอุปกรณ์ใหม่ใน Settings > Audio

Game Bar ขึ้นข้อความว่าใช้กับเดสก์ท็อปไม่ได้

ถ้ากด Win + Alt + R ขณะอยู่หน้าเดสก์ท็อปหรือใน File Explorer จะขึ้นข้อความประมาณว่า Gaming features aren’t available for the Windows desktop or File Explorer ไม่ใช่เครื่องเสีย แต่เป็นข้อจำกัดของ Game Bar ที่อัดได้เฉพาะแอปหรือเกม วิธีแก้คือเปิดแอปที่ต้องการก่อนแล้วค่อยกดอัด หรือเปลี่ยนไปใช้ Snipping Tool หรือ OBS Studio ซึ่งอัดเดสก์ท็อปได้

ถ้าเปิดแอปแล้วยังอัดไม่ได้ หรือปุ่มอัดเป็นสีเทา ให้ลองตามนี้ อัปเดต Xbox Game Bar ใน Microsoft Store, เข้า Settings > Apps หา Xbox Game Bar แล้วใช้ตัวเลือก Repair หรือ Reset และตรวจหน้า Settings > Gaming > Captures ว่าไม่ได้ปิดการอัดไว้ เครื่องในองค์กรอาจถูกปิดการอัดเกมด้วยนโยบายของผู้ดูแลระบบ กรณีนี้ต้องติดต่อฝ่ายไอที

คลิปเป็นจอดำ

แอปดูหนังหรือบริการสตรีมมิ่งบางเจ้าป้องกันการบันทึกหน้าจอ พื้นที่ส่วนนั้นจะกลายเป็นสีดำในคลิป เป็นการป้องกันลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ปัญหาของเครื่อง ใน OBS ถ้าใช้ Display Capture แล้วได้จอดำบนโน้ตบุ๊กที่มีการ์ดจอสองตัว ลองเปลี่ยนไปใช้ Window Capture หรือดูเอกสารช่วยเหลือของ OBS

เรื่องสิทธิ์และความเป็นส่วนตัว

ก่อนอัดหน้าจอที่มีบุคคลอื่น เช่น การประชุมออนไลน์ ควรแจ้งผู้ร่วมประชุมก่อน และระวังข้อมูลส่วนตัวที่อาจติดอยู่ในคลิป เช่น การแจ้งเตือนข้อความ รหัสผ่าน หรือเลขบัญชี

เคล็ดลับให้คลิปอัดหน้าจอดูดีขึ้น

คลิปที่ดูง่ายไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมแพง ส่วนใหญ่มาจากการเตรียมก่อนกดอัด

  • ปิดการแจ้งเตือนชั่วคราวด้วยโหมด Do not disturb เพื่อไม่ให้ป๊อปอัปเด้งขึ้นกลางคลิป
  • ปิดแท็บและโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อความเป็นส่วนตัวและเพื่อให้เครื่องลื่นขึ้น
  • ถ้าคนดูดูบนมือถือ ให้ซูมหน้าเว็บหรือขยายตัวอักษรก่อนอัด ข้อความจะอ่านง่ายขึ้น
  • ใช้หูฟังที่มีไมค์ หรือไมค์แยก จะได้เสียงพูดชัดกว่าไมค์ในโน้ตบุ๊ก และลดเสียงสะท้อนจากลำโพง
  • อัดทดสอบสั้น ๆ ก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนหูฟังหรือไมค์
  • ถ้าจอสว่างหรือมืดเกินไปจนดูคลิปไม่สบายตา ดูวิธีปรับได้ใน วิธีปรับแสงหน้าจอคอม

คำถามที่พบบ่อย

อัดหน้าจอคอม Windows 11 มีเสียง ใช้อะไรง่ายที่สุด

Snipping Tool เวอร์ชันใหม่ กด Win + Shift + R แล้วเปิดปุ่มไมโครโฟนและปุ่มเสียงระบบบนแถบควบคุมก่อนกด Start ถ้าไม่เห็นปุ่มเสียง ให้อัปเดต Snipping Tool ใน Microsoft Store

Windows 10 อัดหน้าจอได้ไหม

ได้ ใช้ Xbox Game Bar กด Win + Alt + R สำหรับอัดแอปหรือเกม ถ้าต้องอัดทั้งเดสก์ท็อปให้ใช้ OBS Studio ส่วนโหมดอัดวิดีโอของ Snipping Tool มีเฉพาะ Windows 11

อัดหน้าจอได้นานแค่ไหน

ขึ้นกับเครื่องมือและพื้นที่ว่างในไดรฟ์ Clipchamp แสดงเวลาสูงสุดไว้ข้างตัวนับเวลา Game Bar มีตัวเลือกเกี่ยวกับการอัดอยู่ในหน้า Settings > Gaming > Captures สำหรับงานยาวเป็นชั่วโมง OBS Studio เหมาะที่สุดและควรเลือกไฟล์แบบ Hybrid MP4 หรือ MKV

อัดหน้าจอพร้อมกล้องเว็บแคมได้ไหม

ได้ Clipchamp มีโหมด Screen & camera ส่วน OBS Studio ให้เพิ่มแหล่งภาพ Video Capture Device สำหรับกล้องแล้ววางซ้อนบนภาพหน้าจอ

ไฟล์อัดหน้าจอใหญ่มาก ทำอย่างไร

ลดความละเอียดหรือเฟรมเรตก่อนอัด อัดเฉพาะพื้นที่ที่จำเป็นแทนทั้งจอ หรือ Export ใหม่จาก Clipchamp ที่ความละเอียดต่ำลง

Game Bar อัดหน้าเดสก์ท็อปไม่ได้ เป็นเพราะอะไร

Game Bar ออกแบบมาให้อัดเฉพาะแอปหรือเกมที่เปิดอยู่ ใช้กับเดสก์ท็อปหรือ File Explorer ไม่ได้ ให้ใช้ Snipping Tool หรือ OBS Studio แทน

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูและตำแหน่งปุ่มอาจต่างกันตามเวอร์ชันของระบบ รุ่นเครื่อง และเวอร์ชันของแอป หากไม่แน่ใจให้ตรวจกับคู่มือหรือเว็บไซต์ของผู้ผลิตอีกครั้ง

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำ

Windows 10 ปี 2026: หมดซัพพอร์ตแล้วใช้ต่อได้ไหม ESU ถึงปี 2027 ดาวน์โหลด ISO และ Home กับ Pro

สถานะ Windows 10 ณ ตุลาคม 2026 หมดซัพพอร์ตแล้วแต่ยังรับแพตช์ผ่าน ESU ได้ถึง 12 ตุลาคม 2027 พร้อมวิธีดาวน์โหลด ISO จาก Microsoft ความต่าง Home กับ Pro และคำแนะนำว่าควรใช้ต่อหรืออัปเกรด

ปิดอัพเดท Windows 10 และ Windows 11 แบบชั่วคราวและถาวร ทำได้กี่วิธี (2026)

รวมวิธีปิดอัพเดท Windows 10 และ 11 ตั้งแต่ Pause updates, Active hours, Metered connection ไปจนถึง Group Policy และ Services พร้อมเหตุผลที่ไม่ควรปิดถาวรและวิธีเปิดอัพเดทกลับ

คอมช้า เกิดจากอะไร วิธีแก้คอมช้า Windows 10/11 ด้วยตัวเอง 2026

รวมสาเหตุที่ทำให้คอมช้าและวิธีแก้ทีละขั้นด้วยเครื่องมือที่มีใน Windows ตั้งแต่ Task Manager ไปจนถึงการตัดสินใจอัปเกรด SSD แรม หรือรีเซ็ตเครื่อง

ตั้งเวลาปิดคอม Windows 10/11 ด้วยคำสั่ง shutdown และตั้งปิดทุกวัน (2026)

วิธีตั้งเวลาปิดคอมบน Windows 10 และ 11 ด้วยคำสั่ง shutdown ผ่าน Run หรือ CMD พร้อมตารางนาทีเป็นวินาที วิธียกเลิก ทำปุ่มลัด และตั้งปิดทุกวันด้วย Task Scheduler รวมถึงวิธีบน Mac

ปรับแสงหน้าจอคอม Windows 11/10 โน้ตบุ๊กและคอมตั้งโต๊ะ ทำได้ทุกแบบ (2026)

รวมวิธีปรับแสงหน้าจอคอมบนโน้ตบุ๊กและคอมตั้งโต๊ะ ทั้งใน Windows 11, Windows 10 ปุ่มบนจอ Night light HDR และโปรแกรมการ์ดจอ พร้อมวิธีแก้เมื่อแถบปรับแสงหายไป

ล้างเครื่อง Windows 11 และ Windows 10 ปี 2026: รีเซ็ตเครื่องด้วย Reset this PC และ format คอมด้วย USB

วิธีล้างเครื่อง Windows 11 และ Windows 10 ด้วย Reset this PC ทีละขั้น ตั้งแต่สำรองข้อมูล เก็บ BitLocker recovery key เลือกตัวเลือกให้ถูก ไปจนถึงการลงใหม่ด้วย USB และสิ่งที่ต้องทำหลังรีเซ็ต