ลืมรหัสผ่าน Windows ทำยังไง วิธีรีเซ็ตรหัสผ่านและ PIN ด้วยวิธีทางการ (2026)

อัปเดต 24 ตุลาคม 2026

ลืมรหัสผ่าน Windows ส่วนใหญ่แก้ได้เองโดยไม่ต้องลงวินโดวส์ใหม่ ขั้นแรกให้ดูว่าเครื่องใช้บัญชีแบบไหน ถ้าเป็นบัญชี Microsoft ให้รีเซ็ตรหัสผ่านออนไลน์ ถ้าเป็นบัญชีในเครื่อง (Local account) ให้ตอบคำถามความปลอดภัยที่ตั้งไว้ ส่วนคนที่ลืมแค่ PIN ทำได้ง่ายกว่านั้นอีก

สรุปสั้น

  • บัญชี Microsoft: กด “I forgot my password” ที่หน้าล็อกอิน หรือรีเซ็ตผ่านเว็บของ Microsoft จากมือถือเครื่องอื่น
  • บัญชีในเครื่อง: ใส่รหัสผิดหนึ่งครั้ง แล้วกด Reset password เพื่อตอบคำถามความปลอดภัย หรือใช้แผ่นรีเซ็ตรหัสผ่านถ้าเคยทำไว้
  • ลืม PIN: กด “I forgot my PIN” (เฉพาะบัญชี Microsoft) หรือเข้าด้วยรหัสผ่านแล้วตั้ง PIN ใหม่ใน Settings
  • ถ้าไม่มีวิธีไหนใช้ได้เลย ทางสุดท้ายคือรีเซ็ตเครื่อง ซึ่งอาจทำให้ไฟล์หาย และต้องมีคีย์กู้คืน BitLocker ถ้าเครื่องเข้ารหัสไว้
  • Microsoft ระบุชัดว่าฝ่ายซัพพอร์ตไม่สามารถกู้หรือข้ามรหัสผ่านที่ลืมให้ได้ และไม่ควรใช้โปรแกรมเจาะรหัสจากแหล่งที่ไม่รู้จัก

เช็กก่อนว่าใช้บัญชีแบบไหน

Windows 11 และ Windows 10 มีบัญชีผู้ใช้หลัก 2 แบบ วิธีแก้เมื่อลืมรหัสผ่านต่างกันมาก จึงต้องแยกให้ออกก่อนลงมือ

จุดสังเกต บัญชี Microsoft บัญชีในเครื่อง (Local)
ชื่อที่หน้าล็อกอิน มักแสดงอีเมล เช่น ชื่อ@outlook.com หรือ @hotmail.com หรือ Gmail ที่สมัครเป็นบัญชี Microsoft แสดงแค่ชื่อที่ตั้งเอง เช่น “User” หรือ “Admin” ไม่มีอีเมล
รหัสผ่านเก็บที่ไหน เก็บกับบัญชีออนไลน์ ใช้รหัสเดียวกับ Outlook, OneDrive, Xbox เก็บไว้ในเครื่องนี้เครื่องเดียว
วิธีรีเซ็ต รีเซ็ตออนไลน์ ยืนยันด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรสำรอง คำถามความปลอดภัย แผ่นรีเซ็ตรหัสผ่าน หรือให้แอดมินอีกบัญชีตั้งให้
ต้องมีอินเทอร์เน็ตไหม ต้องมี ไม่จำเป็น

ถ้าหน้าล็อกอินขึ้นช่อง PIN แทนช่องรหัสผ่าน ให้กดคำว่า Sign-in options ใต้ช่อง แล้วเลือกไอคอนกุญแจเพื่อเปลี่ยนไปช่องรหัสผ่าน จะเห็นตัวเลือกได้ครบกว่า

PIN กับรหัสผ่านไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Microsoft ระบุว่า PIN แยกจากรหัสผ่านบัญชี Microsoft คนจำนวนมากใช้ PIN ทุกวันจนลืมรหัสผ่านจริงไปแล้ว ถ้าตอนนี้ยังเข้าเครื่องด้วย PIN ได้ ให้รีบตั้งหรือจดรหัสผ่านใหม่ไว้ก่อนที่ PIN จะใช้ไม่ได้

ลืมรหัสผ่านบัญชี Microsoft

บัญชี Microsoft รีเซ็ตได้ 3 ทางตามที่ Microsoft Support แนะนำ ทุกทางต้องต่ออินเทอร์เน็ต และต้องเข้าถึงอีเมลสำรองหรือเบอร์โทรที่ผูกไว้กับบัญชีได้ เพื่อรับรหัสยืนยัน

วิธีที่ 1: รีเซ็ตจากหน้าล็อกอินของ Windows

  1. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตดูไอคอนเครือข่ายมุมขวาล่างของหน้าล็อกอิน ถ้ายังไม่ต่อ Wi-Fi ให้กดเลือกเครือข่ายและใส่รหัส Wi-Fi ก่อน
  2. กด “I forgot my password”ลิงก์อยู่ใต้ช่องรหัสผ่าน (ถ้าเครื่องเป็นภาษาไทยจะเป็นข้อความว่า ฉันลืมรหัสผ่าน) ถ้าเห็นแต่ช่อง PIN ให้กด Sign-in options แล้วเลือกรหัสผ่านก่อน
  3. ยืนยันตัวตนระบบจะให้เลือกส่งรหัสยืนยันไปที่อีเมลสำรองหรือ SMS ให้กรอกส่วนที่ซ่อนไว้ของอีเมลหรือเบอร์ให้ครบ แล้วกดส่งรหัส
  4. กรอกรหัสยืนยันและตั้งรหัสผ่านใหม่นำรหัสที่ได้รับมากรอก แล้วตั้งรหัสผ่านใหม่ที่ไม่ซ้ำกับรหัสเดิม
  5. เข้าเครื่องด้วยรหัสใหม่กลับไปหน้าล็อกอินแล้วใส่รหัสผ่านใหม่ เครื่องต้องต่อเน็ตอยู่ในครั้งแรก เพื่อให้รับรหัสใหม่จากเซิร์ฟเวอร์ได้

วิธีที่ 2: ใช้ Web sign-in

บางเครื่องมีตัวเลือก Web sign-in ในเมนู Sign-in options ที่หน้าล็อกอิน เลือกแล้วทำตามที่หน้าจอบอก จากนั้นกด Forgot my password วิธีนี้ไม่ได้มีในทุกเครื่อง ถ้าไม่เห็นให้ใช้วิธีอื่น

วิธีที่ 3: รีเซ็ตจากมือถือหรือคอมเครื่องอื่น

  1. เปิดหน้ารีเซ็ตรหัสผ่านของ Microsoftใช้เบราว์เซอร์บนมือถือหรือคอมเครื่องอื่น เข้า account.live.com/ResetPassword.aspx ซึ่งเป็นหน้าทางการที่ Microsoft Support ลิงก์ไว้
  2. ใส่อีเมลหรือเบอร์ของบัญชีต้องเป็นอีเมลเดียวกับที่ใช้ล็อกอิน Windows เครื่องนั้น
  3. ยืนยันด้วยรหัสที่ส่งมาแล้วตั้งรหัสใหม่ทำเหมือนวิธีที่ 1
  4. กลับไปที่เครื่องที่ล็อกอยู่ให้เครื่องต่ออินเทอร์เน็ต แล้วล็อกอินด้วยรหัสผ่านใหม่
เข้าอีเมลหรือเบอร์สำรองไม่ได้แล้ว

ถ้าไม่มีช่องทางยืนยันใดเหลืออยู่ Microsoft มีแบบฟอร์มกู้คืนบัญชี (account recovery form) ให้กรอกข้อมูลที่พิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของ เช่น รหัสผ่านเก่าที่เคยใช้ หัวเรื่องอีเมลล่าสุด หรือรายชื่อติดต่อ ตาม Microsoft Support ถ้าคำขอไม่ผ่าน ส่งใหม่ได้ไม่เกินวันละ 2 ครั้ง และพนักงานซัพพอร์ตไม่สามารถส่งลิงก์รีเซ็ตหรือแก้ข้อมูลบัญชีแทนได้ กรอกให้ละเอียดที่สุดตั้งแต่ครั้งแรก และกรอกจากเครื่องหรือเครือข่ายที่เคยใช้บัญชีนั้นเป็นประจำ

ลืมรหัสผ่านบัญชีในเครื่อง (Local account)

บัญชีในเครื่องไม่ได้ผูกกับอินเทอร์เน็ต Microsoft จึงรีเซ็ตให้จากระยะไกลไม่ได้ ทางที่มีคือใช้สิ่งที่ตั้งไว้ตอนสร้างบัญชี หรือให้ผู้ดูแลเครื่องคนอื่นช่วย

วิธีที่ 1: ตอบคำถามความปลอดภัย

  1. ใส่รหัสผ่านอะไรก็ได้แล้วกดลูกศรที่หน้าล็อกอิน ใส่รหัสผิดหนึ่งครั้งแล้วกดปุ่มลูกศรข้างช่องรหัส หรือกด Enter
  2. กด OK แล้วกด Reset passwordหลังข้อความแจ้งว่ารหัสไม่ถูกต้อง จะมีลิงก์ Reset password ปรากฏใต้ช่อง
  3. ตอบคำถามความปลอดภัยตอบคำถามที่ตั้งไว้ตอนสร้างบัญชี (ปกติ 3 ข้อ) ต้องตรงกับที่เคยพิมพ์ไว้
  4. ตั้งรหัสผ่านใหม่พิมพ์รหัสใหม่สองครั้ง แล้วเข้าเครื่องได้ทันที

วิธีที่ 2: ใช้แผ่นรีเซ็ตรหัสผ่าน (Password reset disk)

ถ้าเคยสร้างแผ่นรีเซ็ตรหัสผ่านไว้ในแฟลชไดรฟ์ ให้เสียบแฟลชไดรฟ์นั้น ใส่รหัสผิดหนึ่งครั้ง แล้วเลือก Use a password reset disk instead และทำตามขั้นตอนบนจอ แผ่นนี้ต้องสร้างไว้ล่วงหน้าตอนที่ยังเข้าเครื่องได้ สร้างหลังลืมรหัสแล้วไม่ได้

วิธีที่ 3: ให้บัญชีแอดมินอีกบัญชีตั้งรหัสให้

ถ้าเครื่องมีบัญชีอื่นที่เป็นผู้ดูแล (Administrator) และยังเข้าได้ เช่น บัญชีของพ่อแม่หรือฝ่ายไอที ให้เข้าบัญชีนั้นแล้วทำตามนี้

  1. เปิด Computer Managementคลิกขวาปุ่ม Start แล้วเลือก Computer Management
  2. ไปที่ Local Users and Groups > Usersจะเห็นรายชื่อบัญชีทั้งหมดในเครื่อง
  3. คลิกขวาบัญชีที่ลืมรหัส แล้วเลือก Set Passwordใส่รหัสใหม่และยืนยัน

หมายเหตุ: Windows 11/10 รุ่น Home บางเครื่องอาจไม่มีเมนู Local Users and Groups ใน Computer Management ถ้าไม่เห็นเมนูนี้ ให้ลองไปที่ Settings > Accounts ในบัญชีแอดมิน แล้วดูการจัดการบัญชีผู้ใช้อื่นแทน

ตั้งรหัสใหม่ให้บัญชีอื่น ข้อมูลบางอย่างจะใช้ต่อไม่ได้

การให้แอดมินตั้งรหัสทับ ทำให้ข้อมูลที่ Windows เข้ารหัสผูกกับรหัสเดิมของบัญชีนั้นเปิดไม่ได้ เช่น รหัสผ่านเว็บที่บันทึกไว้ใน Credential Manager หรือไฟล์ที่เข้ารหัสด้วย EFS ใช้วิธีนี้เมื่อไม่มีทางอื่นจริงๆ

ถ้าไม่มีคำถามความปลอดภัย ไม่มีแผ่นรีเซ็ต และไม่มีแอดมินบัญชีอื่น Microsoft ระบุว่าต้องรีเซ็ตเครื่อง ดูหัวข้อถัดไป

ลืม PIN (Windows Hello)

PIN ที่ใช้ปลดล็อกเครื่องเป็นของเครื่องนั้นเท่านั้น ลืมแล้วตั้งใหม่ได้ง่าย ขอแค่จำรหัสผ่านบัญชีได้

กรณีอยู่ที่หน้าล็อกอิน (ยังเข้าเครื่องไม่ได้)

  1. กด “I forgot my PIN”ลิงก์อยู่ใต้ช่อง PIN ถ้ามีหลายบัญชีให้เลือกบัญชีที่ต้องการก่อน ตัวเลือกนี้มีเฉพาะบัญชี Microsoft
  2. ยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านบัญชี Microsoftอาจต้องรับรหัสยืนยันทางอีเมลหรือ SMS ด้วย
  3. ตั้ง PIN ใหม่ใส่ PIN ใหม่สองครั้ง แล้วเข้าเครื่อง

ถ้าไม่มีลิงก์ I forgot my PIN (มักเป็นบัญชีในเครื่อง) ให้กด Sign-in options แล้วเลือกเข้าด้วยรหัสผ่าน จากนั้นค่อยไปตั้ง PIN ใหม่ใน Settings

กรณีเข้าเครื่องได้แล้ว

  1. เปิด Settings > Accounts > Sign-in optionsกด Win + I เพื่อเปิด Settings ได้เร็ว
  2. เลือก PIN (Windows Hello)กด Change PIN ถ้าจำ PIN เดิมได้
  3. ถ้าจำไม่ได้ ให้กด I forgot my PINยืนยันบัญชีแล้วตั้ง PIN ใหม่
ลืมทั้ง PIN และรหัสผ่าน

ให้รีเซ็ตรหัสผ่านก่อนตามหัวข้อที่ 2 หรือ 3 แล้วค่อยกลับมาตั้ง PIN ใหม่ เพราะการตั้ง PIN ใหม่ต้องยืนยันด้วยรหัสผ่านบัญชี

ถ้าทุกวิธีไม่ได้ผล: รีเซ็ตเครื่อง

เมื่อเป็นบัญชีในเครื่องที่ไม่มีทางกู้เลย Microsoft แนะนำให้รีเซ็ต Windows ซึ่งทำได้จากหน้าล็อกอินโดยไม่ต้องรู้รหัสผ่าน แต่ต้องยอมรับว่าบัญชีและข้อมูลในเครื่องอาจหาย

  1. รีสตาร์ตเข้าหน้าแก้ปัญหาที่หน้าล็อกอิน กดค้างปุ่ม Shift ไว้ แล้วคลิกไอคอน Power มุมขวาล่าง เลือก Restart
  2. เลือก Troubleshoot > Reset this PCหลังเครื่องรีสตาร์ตจะเข้าหน้าจอสีน้ำเงิน ให้เลือกตามนี้
  3. เลือกตัวเลือกการรีเซ็ตและทำตามจอระหว่างทาง Windows อาจถามรหัสผ่านแอดมินหรือคีย์กู้คืน BitLocker ถ้าเครื่องเข้ารหัสไว้
เตรียมคีย์กู้คืน BitLocker ไว้ก่อน

โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่หลายรุ่นเปิดการเข้ารหัสไดรฟ์ไว้ ถ้าระหว่างรีเซ็ตขึ้นหน้าขอ BitLocker recovery key ซึ่งเป็นตัวเลข 48 หลัก ให้ใช้มือถือเข้า aka.ms/myrecoverykey แล้วล็อกอินด้วยบัญชี Microsoft ที่เคยใช้กับเครื่องนั้น เทียบ Key ID 8 หลักแรกที่ขึ้นบนจอให้ตรงกัน ถ้าเป็นเครื่องบริษัท คีย์อาจอยู่กับฝ่ายไอที

ถ้ารีเซ็ตจากหน้าจอนี้ไม่สำเร็จ หรือเครื่องเปิดไม่ขึ้น อีกทางคือลง Windows ใหม่ด้วยแฟลชไดรฟ์ที่ทำจาก Media Creation Tool ของ Microsoft ดูขั้นตอนเต็มได้ในบทความ วิธีลงวินโดวส์ใหม่ และถ้าไฟล์สำคัญหายหลังรีเซ็ต ลองอ่าน วิธีกู้ไฟล์ที่ถูกลบ ก่อนเขียนข้อมูลทับเพิ่ม

หลีกเลี่ยงโปรแกรมแคร็กรหัสผ่าน

ในเน็ตมีโปรแกรมที่อ้างว่าลบรหัส Windows ได้ทันที หลายตัวมาจากแหล่งที่ตรวจสอบไม่ได้ เสี่ยงมัลแวร์ และอาจทำให้ข้อมูลที่เข้ารหัสเปิดไม่ได้ถาวร ถ้าไม่มั่นใจ ให้นำเครื่องไปศูนย์บริการของแบรนด์พร้อมหลักฐานความเป็นเจ้าของเครื่อง

ป้องกันไม่ให้ล็อกตัวเองออกอีก

หลังเข้าเครื่องได้แล้ว ใช้เวลาอีก 10 นาทีเตรียมทางสำรองไว้ จะประหยัดเวลาได้มากในครั้งหน้า

สิ่งที่ควรทำ ทำที่ไหน ช่วยเรื่องอะไร
อัปเดตอีเมลสำรองและเบอร์มือถือของบัญชี Microsoft หน้าความปลอดภัยของบัญชีที่ account.microsoft.com รีเซ็ตรหัสผ่านได้เองทันทีเมื่อลืม
ตั้งคำถามความปลอดภัยที่ตัวเองจำได้แน่ Settings > Accounts > Sign-in options > Password (บัญชีในเครื่อง) รีเซ็ตรหัสบัญชีในเครื่องได้ที่หน้าล็อกอิน
สร้างแผ่นรีเซ็ตรหัสผ่าน Control Panel > User Accounts > Create a password reset disk สำรองสำหรับบัญชีในเครื่อง เก็บแฟลชไดรฟ์ไว้ในที่ปลอดภัย
สร้างบัญชีแอดมินสำรองอีกบัญชี Settings > Accounts ใช้ตั้งรหัสใหม่ให้บัญชีหลักได้
จดคีย์กู้คืน BitLocker ดูได้ที่ aka.ms/myrecoverykey รีเซ็ตเครื่องหรือเปลี่ยนฮาร์ดแวร์แล้วไม่ติดหน้าขอคีย์
ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน แอปจัดการรหัสผ่านที่เชื่อถือได้ ไม่ต้องจำรหัสยาวๆ เอง

ถ้าต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านตอนที่ยังจำรหัสเดิมได้ ให้ไปที่ Settings > Accounts > Sign-in options เลือก Password แล้วกด Change ระบบจะให้ใส่รหัสเดิมก่อนตั้งรหัสใหม่

คำแนะนำการตั้งรหัสผ่าน

ใช้วลียาวที่จำง่ายสำหรับตัวเองแต่เดายาก เช่น คำ 3-4 คำต่อกันพร้อมตัวเลข ดีกว่ารหัสสั้นที่มีสัญลักษณ์แปลกๆ แล้วต้องจดแปะไว้ข้างจอ และอย่าใช้รหัสเดียวกับบัญชีอื่น

คำถามที่พบบ่อย

ลืมรหัสผ่าน Windows ต้องลงวินโดวส์ใหม่ไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ถ้าเป็นบัญชี Microsoft รีเซ็ตรหัสออนไลน์ได้ ถ้าเป็นบัญชีในเครื่องที่ตั้งคำถามความปลอดภัยไว้ก็รีเซ็ตที่หน้าล็อกอินได้ การรีเซ็ตเครื่องหรือลงใหม่เป็นทางสุดท้ายเมื่อไม่มีวิธีกู้อื่นเหลือ

รีเซ็ตรหัสผ่านบัญชี Microsoft แล้ว ทำไมเครื่องยังไม่รับรหัสใหม่

เครื่องต้องต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับรหัสใหม่ ถ้าเครื่องออฟไลน์อยู่ อาจยังจำรหัสเดิมไว้ ให้ต่อ Wi-Fi ที่หน้าล็อกอินแล้วลองใหม่ และตรวจว่าแป้นพิมพ์อยู่ในภาษาอังกฤษ ไม่ได้เปิด Caps Lock

ติดต่อ Microsoft ให้ปลดล็อกเครื่องให้ได้ไหม

ไม่ได้ Microsoft ระบุว่าฝ่ายซัพพอร์ตไม่สามารถกู้หรือข้ามรหัสผ่านที่ลืม และส่งลิงก์รีเซ็ตแทนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือใช้หน้ารีเซ็ตรหัสผ่านหรือแบบฟอร์มกู้คืนบัญชีด้วยตัวเอง

ลืม PIN อย่างเดียว ไฟล์จะหายไหม

ไม่หาย การตั้ง PIN ใหม่ไม่กระทบไฟล์หรือแอป ขอเพียงยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านบัญชีได้

ไม่เคยตั้งคำถามความปลอดภัยไว้ ทำอย่างไร

ถ้ามีแผ่นรีเซ็ตรหัสผ่านหรือบัญชีแอดมินอื่นในเครื่อง ให้ใช้วิธีนั้น ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง ต้องรีเซ็ตเครื่องจากหน้าล็อกอินตามที่ Microsoft แนะนำ ก่อนทำให้เตรียมคีย์กู้คืน BitLocker ไว้

ใส่รหัสผิดหลายครั้งแล้วเครื่องล็อก ต้องทำอย่างไร

Windows อาจหน่วงเวลาหรือล็อกชั่วคราวหลังใส่ผิดหลายครั้ง ให้รอตามเวลาที่หน้าจอแจ้ง อย่าเดาสุ่มต่อ แล้วใช้วิธีรีเซ็ตที่ตรงกับประเภทบัญชีแทน ถ้าเป็นเครื่องบริษัท ให้ติดต่อฝ่ายไอทีเพราะอาจมีนโยบายล็อกเพิ่มเติม

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูและขั้นตอนอาจต่างกันตามเวอร์ชันและภาษาของ Windows หากเป็นเครื่องบริษัทหรือเครื่องที่ผู้ผลิตตั้งค่าเฉพาะ ควรตรวจสอบกับฝ่ายไอทีหรือผู้ผลิตก่อนรีเซ็ตเครื่อง

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำ

เช็คการ์ดจอ 2026 ดูรุ่นการ์ดจอ VRAM และไดรเวอร์บน Windows 11 ได้ 6 วิธี

รวมวิธีเช็คการ์ดจอบน Windows 11 ตั้งแต่ Task Manager, dxdiag, Device Manager ไปจนถึง GPU-Z พร้อมวิธีอ่านชื่อรุ่น VRAM และเวอร์ชันไดรเวอร์ให้เข้าใจ

เช็คประกันไอโฟน 2026 ทำได้ 3 วิธี พร้อมวิธีดู AppleCare+ ในไทย

วิธีเช็คประกันไอโฟนทั้งในตัวเครื่องและผ่านเว็บ checkcoverage.apple.com วิธีหาหมายเลขซีเรียล และสรุปเงื่อนไข AppleCare+ ในประเทศไทย

เปลี่ยนภาษาในคอม Windows 11/10 เพิ่มไทย-อังกฤษ ตั้งปุ่มตัวหนอน และเปลี่ยนภาษาเมนู

รวมวิธีเปลี่ยนภาษาในคอม Windows ทั้งการเพิ่มแป้นพิมพ์ไทย-อังกฤษ ตั้งปุ่มตัวหนอนสลับภาษา และเปลี่ยนภาษาเมนูทั้งเครื่อง พร้อมวิธีแก้ปัญหาที่เจอบ่อย

แคปหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ทุกยี่ห้อ ปุ่ม Fn, PrtSc, Win + Shift + S และ Snipping Tool (2026)

รวมวิธีแคปหน้าจอโน๊ตบุ๊ค Windows ทุกยี่ห้อ ตั้งแต่คีย์ลัด Win + Shift + S ปุ่ม PrtSc ที่ต้องกดคู่กับ Fn ไปจนถึง Snipping Tool และวิธีแก้เมื่อแคปไม่ได้

Windows 10 ปี 2026: หมดซัพพอร์ตแล้วใช้ต่อได้ไหม ESU ถึงปี 2027 ดาวน์โหลด ISO และ Home กับ Pro

สถานะ Windows 10 ณ ตุลาคม 2026 หมดซัพพอร์ตแล้วแต่ยังรับแพตช์ผ่าน ESU ได้ถึง 12 ตุลาคม 2027 พร้อมวิธีดาวน์โหลด ISO จาก Microsoft ความต่าง Home กับ Pro และคำแนะนำว่าควรใช้ต่อหรืออัปเกรด

ปิดอัพเดท Windows 10 และ Windows 11 แบบชั่วคราวและถาวร ทำได้กี่วิธี (2026)

รวมวิธีปิดอัพเดท Windows 10 และ 11 ตั้งแต่ Pause updates, Active hours, Metered connection ไปจนถึง Group Policy และ Services พร้อมเหตุผลที่ไม่ควรปิดถาวรและวิธีเปิดอัพเดทกลับ