ปิด Copilot Windows 11 ปี 2026 ลบแอป เปลี่ยนปุ่ม Copilot ปิด Recall และ AI ใน Edge, Office

อัปเดต 16 ตุลาคม 2026

ปิด Copilot ใน Windows 11 ได้โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเสริม เริ่มจากถอนการติดตั้งแอป Microsoft Copilot ที่ Settings > Apps > Installed apps แล้วเปลี่ยนปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ดให้เปิดอย่างอื่น ส่วน Recall, Click to Do, Copilot ใน Edge และใน Word หรือ Excel มีสวิตช์แยกกัน ต้องปิดทีละจุด บทความนี้รวมทุกจุดไว้ตามลำดับ พร้อมนโยบาย Group Policy สำหรับ Windows 11 Pro

สรุปสั้น

  • Copilot ใน Windows 11 ตอนนี้เป็นแอปธรรมดา ถอนการติดตั้งได้ที่ Settings > Apps > Installed apps
  • ปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ดเปลี่ยนให้เปิด Search หรือแอปอื่นได้ที่ Settings > Personalization > Text input
  • Recall มีเฉพาะ Copilot+ PC และปิดอยู่จนกว่าผู้ใช้จะเลือกเปิดเอง ถ้าไม่ใช้ ถอนออกได้จาก Turn Windows features on or off
  • Copilot ใน Edge และใน Microsoft 365 ไม่ได้หายไปเมื่อลบแอป Copilot ต้องปิดในแต่ละโปรแกรม
  • หลีกเลี่ยงสคริปต์ debloat ที่ไม่เป็นทางการ ใช้เมนูของ Windows หรือ Group Policy ที่ Microsoft ระบุไว้แทน

Copilot และฟีเจอร์ AI ใน Windows 11 มีอะไรบ้าง

คำว่า Copilot ใน Windows 11 ช่วงปี 2026 หมายถึงหลายอย่างที่แยกจากกัน การลบอย่างหนึ่งไม่ได้ปิดอย่างอื่นไปด้วย ก่อนลงมือควรรู้ก่อนว่าเครื่องของเรามีส่วนไหนบ้าง

แต่เดิม Copilot เป็นแถบด้านข้างที่ฝังอยู่ใน Windows ต่อมา Microsoft เปลี่ยนเป็นแอป Microsoft Copilot ที่ติดตั้งและถอนได้เหมือนแอปทั่วไป ตามเอกสาร Microsoft Learn ตั้งแต่อัปเดตเดือนพฤษภาคม 2025 การกดปุ่ม Copilot หรือ Win + C จะเปิดกล่องพิมพ์คำถามขนาดเล็กที่ขยายเป็นแอปเต็มได้ และตั้งแต่พฤศจิกายน 2025 สามารถกดค้างปุ่มเดียวกันเพื่อคุยด้วยเสียงได้

ส่วนประกอบ อยู่ที่ไหน มีในเครื่องแบบไหน วิธีปิดหลัก
แอป Microsoft Copilot Start, ทาสก์บาร์, Win + C Windows 11 ทั่วไป ถอนการติดตั้ง
แอป Microsoft 365 Copilot (เดิมชื่อ Office) Start เครื่องที่มีแอป Microsoft 365 ถอนการติดตั้งแยก
ปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ด ข้างปุ่ม Alt ขวาในโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ เครื่องที่มีปุ่มนี้ เปลี่ยนให้เปิด Search หรือแอปอื่น
Recall แอป Recall, Settings Copilot+ PC เท่านั้น ปิด Save snapshots หรือถอนฟีเจอร์
Click to Do Win + Q Copilot+ PC เท่านั้น Settings > Privacy & security
Copilot ใน Edge ปุ่มบนแถบเครื่องมือ Edge ทุกเครื่องที่ใช้ Edge ซ่อนปุ่มใน Settings ของ Edge
Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint ริบบอนของแต่ละโปรแกรม สมาชิก Microsoft 365 File > Options > Copilot

Copilot+ PC คือเครื่องที่มีชิป NPU อย่างน้อย 40 TOPS แรม 16 GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB ขึ้นไป ถ้าเครื่องเราไม่ใช่รุ่นนี้ จะไม่มี Recall และ Click to Do ให้ปิดตั้งแต่แรก ถ้าไม่แน่ใจ ดูวิธี เช็คสเปคคอม ก่อนได้

ถอนการติดตั้งแอป Copilot

นี่คือขั้นตอนที่ได้ผลมากที่สุด และเป็นวิธีที่ Microsoft ระบุไว้ในเอกสารสำหรับผู้ดูแลระบบเอง ใช้ได้ทั้ง Windows 11 Home และ Pro

  1. เปิด Settingsกด Win + I แล้วไปที่ Apps > Installed apps
  2. ค้นหาคำว่า Copilotพิมพ์ในช่องค้นหาด้านบนรายการแอป จะเห็นแอป Microsoft Copilot และอาจเห็น Microsoft 365 Copilot ด้วย
  3. กดจุดสามจุดแล้วเลือก Uninstallยืนยันอีกครั้ง แอปจะถูกลบภายในไม่กี่วินาที
  4. ลองกด Win + Cถ้าลบสำเร็จ จะไม่มีหน้าต่าง Copilot เปิดขึ้นมา

อีกวิธีที่เร็วกว่าคือเปิด Start คลิกขวาที่ไอคอน Copilot แล้วเลือก Uninstall ผลเหมือนกัน

Microsoft 365 Copilot เป็นคนละแอป

แอปชื่อ Microsoft 365 Copilot คือแอปที่เคยชื่อ Office ใช้เปิดไฟล์และเข้าถึงเอกสารใน OneDrive ถ้าเราใช้ Word หรือ Excel ผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่อง การลบแอปนี้ไม่ทำให้ Word หรือ Excel หายไป แต่ถ้าไม่แน่ใจ ปล่อยไว้ก่อนแล้วไปปิด Copilot ในตัวโปรแกรมตามหัวข้อ ด้านล่าง แทน

ลบด้วย PowerShell

ถ้าเมนู Uninstall กดไม่ได้ Microsoft ให้คำสั่ง PowerShell สำหรับลบแพ็กเกจ Microsoft.Copilot ไว้ในเอกสาร Microsoft Learn เปิด PowerShell แล้วพิมพ์ทีละบรรทัด

$p = Get-AppxPackage -Name "Microsoft.Copilot" | Select-Object -ExpandProperty PackageFullName

Remove-AppxPackage -Package $p

คำสั่งนี้ลบเฉพาะบัญชีผู้ใช้ที่กำลังใช้อยู่ ถ้าเครื่องมีหลายบัญชี ให้ถอนในแต่ละบัญชี

แอปอาจกลับมาหลังอัปเดตใหญ่

หลังติดตั้งอัปเดตฟีเจอร์ของ Windows หรือรีเซ็ตเครื่อง แอป Copilot อาจถูกติดตั้งกลับมาได้ ถ้าเห็นแอปกลับมา ให้ถอนซ้ำตามขั้นตอนเดิม หรือใช้นโยบายในหัวข้อ Group Policy ถ้าวันหนึ่งอยากใช้ Copilot อีก ติดตั้งคืนได้จาก Microsoft Store

เอา Copilot ออกจากทาสก์บาร์

ถ้ายังอยากเก็บแอปไว้ใช้บางครั้ง แต่ไม่อยากเห็นไอคอนตลอดเวลา ให้ถอดออกจากทาสก์บาร์อย่างเดียว

  1. คลิกขวาที่ไอคอน Copilot บนทาสก์บาร์ไอคอนจะอยู่ในกลุ่มแอปที่ปักหมุดไว้
  2. เลือก Unpin from taskbarไอคอนจะหายไป แต่แอปยังอยู่ใน Start และเปิดด้วย Win + C ได้ตามเดิม

เครื่องที่ยังใช้ Windows 11 เวอร์ชันเก่าซึ่ง Copilot ยังเป็นปุ่มของระบบ อาจมีสวิตช์ Copilot อยู่ใน Settings > Personalization > Taskbar ให้ปิดที่สวิตช์นั้น ถ้าเครื่องเป็นเวอร์ชันใหม่จะไม่เห็นสวิตช์นี้ เพราะ Copilot เปลี่ยนเป็นแอปแล้ว

อยากให้ทั้งเครื่องอัปเดตตามทัน

เมนูในบทความนี้อ้างอิงตาม Windows 11 รุ่นปัจจุบัน ถ้าหาเมนูไม่เจอ ให้ตรวจที่ Settings > Windows Update ว่ามีอัปเดตค้างอยู่หรือไม่ รายละเอียดเวอร์ชันต่าง ๆ ดูได้ในหน้า Windows 11

เปลี่ยนปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ด

โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่หลายรุ่นมีปุ่ม Copilot แทนปุ่ม Ctrl หรือปุ่มเมนูด้านขวา เมื่อลบแอปไปแล้ว กดปุ่มนี้จะไม่เกิดอะไรขึ้น หรืออาจเปิดหน้า Store ให้ติดตั้งใหม่ Windows 11 ให้เปลี่ยนการทำงานของปุ่มนี้ได้เอง

  1. เปิด Settings > Personalization > Text inputหรือกด Win + R พิมพ์ ms-settings:personalization-textinput-copilot-hardwarekey แล้วกด Enter
  2. หาหัวข้อ Customize Copilot key on keyboardจะมีเมนูเลือกว่าจะให้ปุ่มเปิดอะไร
  3. เลือก Search หรือ CustomSearch จะเปิดช่องค้นหาของ Windows ส่วน Custom ให้เลือกแอปที่ต้องการ เช่น Notepad หรือแอปจดโน้ตที่ใช้ประจำ

การตั้งค่านี้มีผลกับ Win + C ด้วย เพราะ Windows ถือว่าเป็นคำสั่งเดียวกัน ถ้าเมนู Custom ไม่แสดงแอปที่ต้องการ แสดงว่าแอปนั้นยังไม่รองรับการผูกกับปุ่ม Copilot

อยากให้ปุ่มกลับมาเป็น Ctrl

หน้าตั้งค่าของ Windows ให้เลือกได้เฉพาะ Search หรือแอป ยังไม่มีตัวเลือกให้เป็นปุ่ม Ctrl โดยตรง ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กบางรายมีโปรแกรมจัดการคีย์บอร์ดของตัวเอง ให้ตรวจในแอปของผู้ผลิตเครื่อง และหลีกเลี่ยงการแก้ scancode ใน Registry ด้วยไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา

ปิด Recall และ Click to Do บน Copilot+ PC

Recall คือฟีเจอร์ที่ถ่ายภาพหน้าจอ (snapshot) เก็บไว้เป็นระยะ แล้วให้ค้นย้อนหลังได้ว่าเคยเห็นอะไรบนจอ ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลในเครื่อง ตามเอกสาร Microsoft ฟีเจอร์นี้มีเฉพาะ Copilot+ PC ต้องเปิดการเข้ารหัสอุปกรณ์หรือ BitLocker และใช้ Windows Hello แบบใบหน้าหรือลายนิ้วมือ

จุดสำคัญคือ Recall ไม่บันทึกอะไรจนกว่าเราจะเลือกเปิดเอง ถ้าตอนตั้งเครื่องครั้งแรกเรากดไม่เปิด snapshot ก็จะไม่ถูกบันทึก แต่ถ้าเคยเปิดไว้หรือไม่แน่ใจ ทำตามขั้นตอนนี้

ปิดการบันทึกและลบ snapshot เดิม

  1. ไปที่ Settings > Privacy & security > Recall & snapshotsถ้าไม่เห็นเมนูนี้ แปลว่าเครื่องไม่มี Recall
  2. ปิดสวิตช์ Save snapshotsWindows จะให้ยืนยันด้วย Windows Hello
  3. เปิดหัวข้อ Delete snapshots แล้วกด Delete allภาพที่เคยบันทึกไว้จะถูกลบทั้งหมด

ถ้าต้องการหยุดชั่วคราว คลิกไอคอน Recall ที่มุมขวาล่างของทาสก์บาร์แล้วเลือกหยุดชั่วคราวได้ แต่ถ้าไม่ใช้เลย ปิด Save snapshots จะชัดเจนกว่า

ถอน Recall ออกจากเครื่อง

  1. เปิด Turn Windows features on or offพิมพ์ชื่อนี้ในช่องค้นหาของ Start แล้วเปิดขึ้นมา
  2. เอาเครื่องหมายถูกหน้า Recall ออกแล้วกด OK
  3. รีสตาร์ทเครื่องWindows ต้องรีสตาร์ทเพื่อลบไฟล์ของฟีเจอร์ออก

ผู้ที่ถนัดคำสั่งใช้ PowerShell แบบ Run as administrator ได้ด้วยคำสั่งที่ Microsoft ให้ไว้ Disable-WindowsOptionalFeature -Online -FeatureName "Recall" -Remove

ปิด Click to Do

Click to Do คือเครื่องมือที่วิเคราะห์ข้อความและรูปบนจอเมื่อกด Win + Q หรือกด Win ค้างแล้วคลิกเมาส์ ทำงานเฉพาะตอนที่เราเรียกใช้ ถ้าไม่ต้องการ ให้ไปที่ Settings > Privacy & security > Click to Do แล้วปิดสวิตช์

เครื่องบริษัท

Microsoft ระบุว่าเครื่องที่ฝ่ายไอทีจัดการ Recall จะถูกปิดและถอนออกเป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้เปิดเองไม่ได้ ถ้าเป็นเครื่องบริษัทและเห็น Recall ทำงาน ให้แจ้งฝ่ายไอที

ปิด Copilot ใน Microsoft Edge

Edge มี Copilot ของตัวเองอยู่บนแถบเครื่องมือ การลบแอป Copilot ใน Windows ไม่มีผลกับ Edge ชื่อเมนูใน Edge เปลี่ยนบ่อยตามเวอร์ชัน ให้ลองตามลำดับนี้

  1. คลิกขวาที่ปุ่ม Copilot บนแถบเครื่องมือถ้ามีคำสั่งซ่อนปุ่ม ให้เลือกคำสั่งนั้นได้เลย
  2. หรือเข้า Settings ของ Edgeกดปุ่มสามจุดมุมขวาบน > Settings แล้วหาหัวข้อ Copilot and AI หรือพิมพ์ edge://settings/ai ในช่องที่อยู่
  3. ปิดสวิตช์แสดงปุ่ม Copilot บนแถบเครื่องมือถ้าไม่เจอในหน้านี้ ให้ดูในหัวข้อ Appearance
  4. ปิดการอ่านบริบทของหน้าเว็บในเมนูสามจุด > Copilot and AI มีตัวเลือก Allow Copilot to read context clues on the web ปิดได้ถ้าไม่ต้องการให้ Copilot ใช้ข้อมูลหน้าเว็บ แท็บที่เปิดอยู่ และประวัติการท่องเว็บ

ถ้าหน้าแท็บใหม่เปลี่ยนเป็นหน้าที่มีช่องแชต Copilot ให้ตรวจในเมนูเดียวกันว่าเปิดตัวเลือก Copilot new tab page ไว้หรือไม่ แล้วปิดออก

ปิด Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint และ OneNote

สำหรับผู้ที่ใช้ Microsoft 365 ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนตัว Microsoft มีช่องติ๊กปิด Copilot ในแต่ละโปรแกรม ต้องเป็น Word เวอร์ชัน 2412, Excel และ PowerPoint 2501, OneNote 2502 ขึ้นไป

  1. เปิดโปรแกรมที่ต้องการเช่น Word
  2. ไปที่ File > Options > Copilotบางเครื่องต้องกด More ก่อนจะเห็น Options
  3. เอาเครื่องหมายถูกหน้า Enable Copilot ออกแล้วกด OK
  4. ปิดแล้วเปิดโปรแกรมใหม่ปุ่ม Copilot บนริบบอนจะใช้งานไม่ได้

การตั้งค่านี้แยกตามโปรแกรมและตามเครื่อง ต้องทำใน Word, Excel, PowerPoint และ OneNote ทีละตัว และมีผลกับทุกคนที่ใช้เครื่องนั้น บน Mac ให้ไปที่เมนูของโปรแกรม > Preferences > Authoring and Proofing Tools > Copilot

สถานการณ์ ทางเลือก
ไม่เห็นหัวข้อ Copilot ใน Options อัปเดต Office ก่อน ที่ File > Account > Update Options
อัปเดตแล้วยังไม่มี File > Account > Account Privacy > Manage Settings แล้วปิด Turn on experiences that analyze your content (จะปิดฟีเจอร์อื่นด้วย เช่น Designer ใน PowerPoint และการเดาคำใน Word)
ใช้บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน ตั้งค่าโดยผู้ดูแลระบบขององค์กร
Outlook แบบคลาสสิก Microsoft ยังไม่มีตัวเลือกปิด Copilot ในเอกสารล่าสุด

การซ่อนไอคอน Copilot บนริบบอนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ปิดฟีเจอร์ เพราะยังเรียกใช้ได้จากเมนูคลิกขวา ต้องเอาเครื่องหมายถูกออกตามขั้นตอนด้านบน

Group Policy และ Registry สำหรับ Windows 11 Pro

ถ้าใช้ Windows 11 Pro, Enterprise หรือ Education และต้องการให้การตั้งค่าคงอยู่ แม้จะอัปเดตเครื่อง ใช้ Local Group Policy Editor ได้ Windows 11 Home ไม่มีเครื่องมือนี้

สำรองข้อมูลก่อนแก้

ก่อนแก้ Group Policy หรือ Registry ให้สร้างจุดคืนค่าระบบ (พิมพ์ Create a restore point ใน Start แล้วกด Create) และสำรองไฟล์สำคัญไว้ การแก้ Registry ผิดตำแหน่งอาจทำให้ Windows ทำงานผิดปกติ ถ้าไม่มั่นใจ ใช้วิธีผ่าน Settings ในหัวข้อก่อนหน้าก็เพียงพอสำหรับเครื่องส่วนตัว

เปิด Group Policy ด้วยการกด Win + R พิมพ์ gpedit.msc แล้วกด Enter นโยบายที่เกี่ยวกับ AI อยู่ใน Administrative Templates > Windows Components > Windows AI และ Windows Copilot

นโยบาย ตำแหน่ง ผลเมื่อเปิดใช้ รุ่นที่รองรับ
Turn off saving snapshots for use with Recall Computer หรือ User Configuration > Windows Components > Windows AI Recall บันทึก snapshot ไม่ได้ และลบที่มีอยู่ Pro, Enterprise, Education
Allow Recall to be enabled Computer Configuration > Windows Components > Windows AI ตั้งเป็น Disabled จะถอน Recall ออกและลบ snapshot ต้องรีสตาร์ท Pro, Enterprise, Education
Disable Click to Do Computer หรือ User Configuration > Windows Components > Windows AI ปิด Click to Do ทุกช่องทาง Pro, Enterprise, Education
Set Copilot Hardware Key User Configuration > Windows Components > Windows Copilot กำหนดแอปที่ปุ่ม Copilot เปิด Pro, Enterprise, Education
Disable Cocreator, Disable Image Creator, Disable generative fill Computer Configuration > Windows Components > Paint ปิดฟีเจอร์ AI ใน Paint ทีละตัว Pro, Enterprise, Education
Turn off Windows Copilot User Configuration > Windows Components > Windows Copilot ใช้กับ Copilot แบบเก่าเท่านั้น Microsoft ระบุว่ากำลังจะเลิกใช้ ไม่แนะนำแล้ว

ดับเบิลคลิกนโยบาย เลือก Enabled (ยกเว้น Allow Recall to be enabled ที่ต้องเลือก Disabled) กด OK แล้วรีสตาร์ทเครื่อง

ตัวอย่างการตั้งผ่าน Registry

นโยบายของ Recall บันทึกอยู่ใน Registry ที่คีย์ SOFTWARE\Policies\Microsoft\Windows\WindowsAI ถ้าต้องการปิดการบันทึก snapshot สำหรับผู้ใช้คนปัจจุบันผ่าน Registry Editor ให้ทำดังนี้

  1. เปิด Registry Editorกด Win + R พิมพ์ regedit แล้วกด Enter จากนั้น File > Export เพื่อสำรอง Registry ไว้ก่อน
  2. ไปที่คีย์HKEY_CURRENT_USER\SOFTWARE\Policies\Microsoft\Windows ถ้ายังไม่มีคีย์ย่อย WindowsAI ให้คลิกขวา > New > Key แล้วตั้งชื่อ WindowsAI
  3. สร้างค่า DWORDในคีย์ WindowsAI คลิกขวา > New > DWORD (32-bit) Value ตั้งชื่อ DisableAIDataAnalysis และใส่ค่า 1
  4. รีสตาร์ทเครื่องถ้าต้องการยกเลิก ให้ลบค่า DWORD นี้ออก

นโยบายลบแอป Copilot อัตโนมัติ

Microsoft เพิ่มนโยบาย RemoveMicrosoftCopilotApp สำหรับ Windows 11 24H2 ขึ้นไป ใช้ถอนแอป Microsoft Copilot ในองค์กร แต่มีเงื่อนไขค่อนข้างแคบ คือเครื่องต้องมีทั้งแอป Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ผู้ใช้ไม่ได้ติดตั้งแอปเอง และไม่ได้เปิดแอปมาระยะหนึ่ง ตารางรุ่นที่รองรับในเอกสารระบุ Enterprise และ Education ส่วนคำอธิบายกล่าวถึง Pro ด้วย สำหรับเครื่องส่วนตัว การถอนแอปเองตามหัวข้อ ถอนการติดตั้ง ง่ายกว่าและได้ผลทันที

ทำไมไม่ควรใช้สคริปต์ debloat

บนอินเทอร์เน็ตมีสคริปต์และโปรแกรมที่อ้างว่าลบ Copilot และ AI ทั้งหมดในคลิกเดียว ปัญหาคือสคริปต์เหล่านี้มักแก้หลายร้อยจุดพร้อมกัน บางตัวปิดบริการที่ Windows Update หรือ Microsoft Store ต้องใช้ บางตัวลบแอปที่เราใช้อยู่ไปด้วย และเมื่อเครื่องมีปัญหาจะหาสาเหตุยาก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ไฟล์จะถูกดัดแปลงให้มีมัลแวร์

  • ใช้เมนูใน Settings และ Group Policy ที่ Microsoft ระบุ จะรู้ว่าเราเปลี่ยนอะไรไปบ้าง และย้อนกลับได้
  • เปลี่ยนทีละจุด แล้วใช้เครื่องสักพักก่อนเปลี่ยนจุดถัดไป
  • จดไว้ว่าปิดอะไรไปแล้ว เผื่อวันหลังต้องเปิดคืน

ถ้าสิ่งที่กังวลจริง ๆ คือเครื่องช้า Copilot ไม่ใช่สาเหตุหลักในกรณีส่วนใหญ่ ลองดูวิธีตรวจในบทความ คอมช้า ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ลบแอป Copilot แล้ว Windows จะพังไหม

ไม่พัง Microsoft ระบุวิธีถอนแอปนี้ไว้ในเอกสารทางการ และติดตั้งคืนได้จาก Microsoft Store ทุกเมื่อ ฟีเจอร์อื่นของ Windows ทำงานตามปกติ

Windows 11 Home ปิด Copilot ได้แค่ไหน

ทำได้เกือบทุกอย่างผ่าน Settings คือถอนแอป เปลี่ยนปุ่ม Copilot ปิด Recall และ Click to Do ปิดใน Edge และใน Office สิ่งที่ Home ไม่มีคือ Group Policy Editor ซึ่งช่วยให้การตั้งค่าคงอยู่ในระดับนโยบาย

เครื่องเราไม่มีเมนู Recall & snapshots ต้องทำอะไรไหม

ไม่ต้อง แปลว่าเครื่องไม่ใช่ Copilot+ PC หรือ Recall ไม่ได้ติดตั้งไว้ จึงไม่มี snapshot ถูกบันทึก

ปิด Copilot แล้วช่วยให้เครื่องเร็วขึ้นไหม

อาจช่วยลดโปรแกรมที่รันอยู่เบื้องหลังได้เล็กน้อย แต่ไม่ใช่วิธีแก้เครื่องช้าโดยตรง สาเหตุที่พบบ่อยกว่าคือโปรแกรมเปิดพร้อมเครื่อง พื้นที่ดิสก์เต็ม หรือยังใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน

ปุ่ม Copilot บนคีย์บอร์ดเอาออกได้ไหม

ถอดปุ่มออกไม่ได้ แต่เปลี่ยนให้เปิด Search หรือแอปอื่นได้ที่ Settings > Personalization > Text input > Customize Copilot key on keyboard

ปิด Copilot ใน Word แล้วต้องปิดใน Excel ด้วยไหม

ต้องปิดแยก แต่ละโปรแกรมมีช่องติ๊ก Enable Copilot ของตัวเอง และมีผลเฉพาะเครื่องนั้น

ข้อมูลในบทความเป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อเมนูและตำแหน่งอาจต่างกันตามเวอร์ชันของ Windows, Edge และ Microsoft 365 ที่ติดตั้ง ก่อนแก้ไขระบบควรตรวจสอบกับเอกสารของ Microsoft อีกครั้ง

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำ

Windows 10 ปี 2026: หมดซัพพอร์ตแล้วใช้ต่อได้ไหม ESU ถึงปี 2027 ดาวน์โหลด ISO และ Home กับ Pro

สถานะ Windows 10 ณ ตุลาคม 2026 หมดซัพพอร์ตแล้วแต่ยังรับแพตช์ผ่าน ESU ได้ถึง 12 ตุลาคม 2027 พร้อมวิธีดาวน์โหลด ISO จาก Microsoft ความต่าง Home กับ Pro และคำแนะนำว่าควรใช้ต่อหรืออัปเกรด

ปิดอัพเดท Windows 10 และ Windows 11 แบบชั่วคราวและถาวร ทำได้กี่วิธี (2026)

รวมวิธีปิดอัพเดท Windows 10 และ 11 ตั้งแต่ Pause updates, Active hours, Metered connection ไปจนถึง Group Policy และ Services พร้อมเหตุผลที่ไม่ควรปิดถาวรและวิธีเปิดอัพเดทกลับ

คอมช้า เกิดจากอะไร วิธีแก้คอมช้า Windows 10/11 ด้วยตัวเอง 2026

รวมสาเหตุที่ทำให้คอมช้าและวิธีแก้ทีละขั้นด้วยเครื่องมือที่มีใน Windows ตั้งแต่ Task Manager ไปจนถึงการตัดสินใจอัปเกรด SSD แรม หรือรีเซ็ตเครื่อง

ตั้งเวลาปิดคอม Windows 10/11 ด้วยคำสั่ง shutdown และตั้งปิดทุกวัน (2026)

วิธีตั้งเวลาปิดคอมบน Windows 10 และ 11 ด้วยคำสั่ง shutdown ผ่าน Run หรือ CMD พร้อมตารางนาทีเป็นวินาที วิธียกเลิก ทำปุ่มลัด และตั้งปิดทุกวันด้วย Task Scheduler รวมถึงวิธีบน Mac

ปรับแสงหน้าจอคอม Windows 11/10 โน้ตบุ๊กและคอมตั้งโต๊ะ ทำได้ทุกแบบ (2026)

รวมวิธีปรับแสงหน้าจอคอมบนโน้ตบุ๊กและคอมตั้งโต๊ะ ทั้งใน Windows 11, Windows 10 ปุ่มบนจอ Night light HDR และโปรแกรมการ์ดจอ พร้อมวิธีแก้เมื่อแถบปรับแสงหายไป

อัดหน้าจอคอม Windows 11/10 และ Mac มีเสียง ครบทุกวิธี ไม่ต้องลงโปรแกรม (2026)

รวมวิธีอัดหน้าจอคอมบน Windows 11, Windows 10 และ Mac ทั้งเครื่องมือที่ติดมากับเครื่องและ OBS Studio พร้อมวิธีอัดให้มีเสียง ที่เก็บไฟล์ และวิธีแก้ปัญหาที่เจอบ่อย